กาแฟ+เจริญสติ
posted on 14 May 2009 21:03 by clockrun



หลังจากที่เศรษฐกิจตกสะเก็ด จนผมก็พลอยตกสะเก็ดไปด้วย
ขนหน้าแข้งร่วงไปเกือบหมดทั้งแทบ อะไรประหยัดได้ก็ต้องประหยัด
แน่นอนว่า สิ่งที่ผมตัดค่าใช้จ่ายออกไปก่อน อันดับแรกก็คือ...
กาแฟ
กาแฟเป็นพืชมหัศจรรย์ ที่ไม่มีความจำเป็นอะไรกับเราทั้งนั้น
ไม่ดื่มเราก็อยู่ได้...แต่ตอนที่ผมมีสตังค์เหลือเฟือ ผมก็ดื่มบ่อยๆ
ดื่มเพราะชอบกลิ่นของมัน ชอบเสน่ห์ของมัน..ทั้งที่จริงๆก็ไม่ได้จำเป็นน่ะนะ
กาแฟผงบดสำเร็จก็ผมก็ไม่ดื่มนะ ต้องกาแฟแบบเมล็ด บดตอนนั้นเท่านั้น
บด ชง แล้วดื่มเลย...
ตัวผมเองก็ดันชอบนั่งดื่มที่ร้านกาแฟ เพราะชอบบรรยากาศร้านกาแฟ
ทุกครั้งที่ไปดื่มกาแฟ ผมจะแต่งตัวดีกว่าปกติ อย่างน้อยที่สุด ต้องไม่ลากแตะน่ะนะ
ซึ่งก็ไม่รู้ทำไมต้องเป็นอย่างนั้น...แต่ถ้าวันไหนใส่รองเท้าแตะมา จะไม่กล้าเข้าเดินเข้าร้านกาแฟ
ย้อนกลับไปถึงตอนที่ผมยังเด็กๆ ผมไม่ชอบกาแฟเลย...
ผมว่ามันขม แถมพอดื่มแล้วมันมึนๆหัว ปวดหัวพิกล...อาจจะเพราะเด็กเกินไปมั้ง เลยมึนๆ
...
พอถึงตอน ม.ปลาย ก็กลั้นใจดื่มกาแฟบ้างช่วงสอบ เพื่อไม่ให้หลับ (กาแฟสำเร็จรูป)
....
พอมาถึงตอนสมัยเรียนมหาวิทยาลัย ผมก็ดื่มกาแฟเป็นแล้ว และเริ่มรู้ถึงเสน่ห์ของมัน
แต่ผมเองก็แทบไม่ได้ดื่ม เพราะว่ามันแพง นานๆทีถึงจะดื่มซักแก้ว
แต่บางครั้ง ผมได้ไปเรียนตัวนอกคณะ เีรียนกับเพื่อนคณะอื่นๆ...
ไม่รู้ทำไมเวลานัดทำงานกลุ่ม เขาถึงชอบนัดประชุมที่ร้านกาแฟ
จะไปประชุมที่ร้านกาแฟโดยไม่สั่งอะไรเลยก็ไม่ได้ อย่างน้อยก็ต้องสั่งกาแฟ...
อย่างต่ำก็แก้วละ 40 บาท...
40 บาทนี่ กินข้าวได้เป็นจานนะ...ถ้าเป็นที่โรงอาหารก็กินข้าวได้สองจานเลย..
แต่พอทำงานแล้ว ดันดื่มกาแฟบ่อยๆซะงั้น
....
มาปัจจุบัน..
ที่ๆ ผมอบรม เหล่านักเรียนรวมเงินกันซื้ออาหารว่าง และเครื่องดื่มเอง
และแ่น่นอนว่า กาแฟสำเร็จรูป ก็เป็น 1 ในเครื่องดื่มที่ต้องมี...
หลังจากที่ไม่ได้ดื่มกาแฟมาหลายเดือน ผมก็ได้ดื่มอีกครั้ง
ไม่ใช่ว่าดื่มเพราะอยากดื่มหรืออะไรทำนองนั้นนะครับ..แต่ดื่ม เพื่อไม่ให้หลับตอนเรียน
วันแรก ผมดื่มไป 2 แก้ว ช่วงเช้า 1 แก้ว บ่าย 1 แก้ว..
ตีสี่... ผมก็ยังไม่ง่วงซักกะนิด
ว่างเว้นการดื่มกาแฟไปนานมาก พอได้ดื่มอีกที ตาแข็งไปเลย
จำพี่ที่อบรมด้วยกัน ที่เป็นนัีกการตลาดได้ไหมครับ?
ตอนนี้ หลังจากเลิกเรียน 4 โมงเย็นแล้ว
ผมกับเพื่อนอีกคน ก็จะนั่งฟังพี่แก Lecture ต่อทุกเย็นครับ..
ติดใจในความ Lecture มันส์ของพี่แกครับ...
เมื่อวานแกพูดเรื่องศาสนาพุทธ แบบที่แกลงไปศึกษามาเอง ศึกษาจากพระไตรปิฎก
ไม่ใช่แบบที่ผิดเพี้ยนมาที่เราคุ้นเคย...
ใช่แล้วครับ ศาสนาพุทธบ้านเรา มันผิดเพี้ยนไปเยอะครับ...
ซึ่งจะผิดเพี้ยน ก็ไม่แปลกอะไร เพราะมันตั้ง 2 พันกว่าปีมาแล้ว
แถมยังแปลจากภาษาบาลีมา มันจะเพี้ยนก็เป็นเรื่องธรรมดา...
ตีความผิดๆมา สอนกันมาผิดๆเรื่อยๆ...หลายๆอย่าง ที่แม้แต่พระไทยเองก็ไม่เข้าใจ
ทำต่อๆกันมา สอนต่อๆกันมา ทั้งๆที่อธิบายถึงเหตุผลไม่ได้...
ยกตัวอย่างง่ายๆ เช่น การทำทานด้วยของอย่างหนึ่ง จะทำให้ชาติหน้าเกิดมาร่ำรวย
,เกิดมาสวยหล่อ ฯลฯ
พระพุทธองค์ไม่เคยสอนนะครับ
แถมการทำบุญที่เกิดจากการหวังผล ก็ไม่เกิดผลบุญอันใด...
มันก็เลยไม่แปลกอะไร ที่คนไทยสมัยนี้ ถึงไม่ใกล้ชิดกับศาสนา
เพราะมีหลายๆอย่างที่เราฟังแล้วไม่เข้าใจ ฟังดูงมงาย ไม่เป็นเหตุเป็นผล
แถมสังคมไทย ยังทำให้เรื่องของศาสนา เป็นเรื่องเฉพาะกลุ่มไป
พระพุทธองค์ท่านอธิบายเรื่องของธรรมให้คนสามารถรับรู้ได้ง่าย
แต่เรากลับตีความให้มันยากกันไปเอง... ทำให้มันดูเป็นปรัชญา
ให้มันดูซับซ้อน ให้คนทั่วไปเข้าไม่ถึง ทั้งๆที่มันไม่ใช่เรื่องของปรัชญาที่ต้องตีความมากมาย
พระพุทธองค์ท่าน อธิบายมาง่ายๆทั้งนั้น ฟังปุ๊บ เข้าใจปั๊บ...
สมัยนั้นถึงมีอรหันต์มากมาย เพราะเข้าใจได้ง่ายนั่นเอง...
ไม่ใช่มาทำให้ยุ่งยาก เหมือนสมัยนี้
สังคมไทยเรา ทำให้รู้สึกว่า การเข้าถึงนิพพานนั้น เป็นเรื่องของพระของเจ้า...คนทั่วไปไม่เกี่ยว
ซึ่งมันไม่ถูกนะ...
......
เย็นวันนั้น พี่เขาสอนวิธีเจริญสติที่ถูกต้อง(ทำสมาธิ) ที่ผมไม่เคยทำมาก่อน
ผมลองทำแค่ 5 นาทีเท่านั้น..
เป็นครั้งแรก ที่ผมรับรู้ได้ถึงจิต...ถึงพลังจิตของตนเองจริงๆ
ไม่ใช่อย่างทุกที ที่ผมเคยลองมา...
มันเป็นก้อนพลังอะไรซักอย่าง ที่ผมถือไว้ในมือ รู้สึกได้ แต่มองไม่เห็น...
น่าสนใจมากครับ...
พี่เขาบอกว่า ถ้าฝึกจริงจัง ฝึกฝนจิตของเราให้ละเอียดยิ่งขึ้น
ก้อนในมือก้อนนี้ ก็จะมีพลังมากขึ้น จนสามารถผลักสิ่งของต่างๆให้กระเด็นได้
รวมไปถึง อาจจะได้พบเจอสิ่งต่างๆมากมาย ที่เราไม่คาดคิดมาก่อน
....
เรื่องของนิพพาน เป็นเรื่องของการฝึกจิตนะครับ
เน้นปฏิบัติ ไม่ใช่เน้นปรัชญา...
"ฟังธรรมให้ตายยังไง ก็ไม่สามารถบรรลุผลได้ ถ้าไม่หมั่นฝึกฝนเจริญสติ"
ว่าแล้ว วันหลัง จะไปเรียนวิธีเจริญสติจากพี่แก จะได้เอาไปปรับใช้กับชีวิตได้ครับ
....
อ้าว เริ่มเรื่องกาแฟ ไหงมาลงที่เรื่องนิพพานเนี่ย
ยังไงถ้าผมได้ไปฝึกกับพี่เขาแล้ว ได้ผลยังไง เจออะไรบ้าง จะนำมาเล่าให้ฟังนะครับ
ปล.ผมไม่ใช่พระนะครับ.. เป็นแค่ชาวพุทธผู้เริ่มอยากเข้าถึงนิพพานแค่นั้น

สุดท้ายมาจบแบบมีข้อคิดน่าสนใจ
#1 By emustra on 2009-05-14 22:57