เด็กหญิงผู้ชูธงขาว

posted on 02 Jun 2009 11:06 by clockrun

 

เมื่อคืน มารดรเอาหนังสือเล่มเล็กๆให้อ่าน

 

"หนังสือเล่มนี้ดี อ่านคืนนี้เลยนะ  ซัก 2 ชั่วโมงก็อ่านจบ... พรุ่งนี้แม่ต้องเอาไปคืนห้องสมุด"

 

นานๆที มารดรจะแนะนำหนังสือมาให้อ่าน...

ผมเปิดดูผ่านๆ กะเอาไว้อ่านตอนดึกๆ 

 

หลังจากอัฟบล็อกตกเอง แล้วก็ตามอ่านบล็อกเพื่อนพี่น้องจนครบ

ผมก็หยิบหนังสือมาอ่าน ตอนนั้นเวลาราวๆตีหนึ่ง..

 

หนังสือเล่มนี้มีชื่อว่า 

"เด็กหญิงผู้ชูธงขาว (The Girl with The White Flag)"

 

เป็นหนังสือที่แปลมาจากภาษาญี่ปุ่น...

 

เนื้อเรื่องเป็นเรื่องของเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง ที่มีชีวิตรอดมาจากช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2

ตอนที่ทหารอเมริกันบุกเกาะโอกินาว่า...

 

(อ้างอิงรูป  : www.koubou.com)

 อันนี้เป็นหน้าปกเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษ...

ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้ ก็คือเด็กคนที่ถือถงสีขาวนั่นเอง...

 

ส่วนฉบับภาษาไทย จัดทำโดยสำนักพิมพ์มติชน โดยส่วนหนึ่งของหน้าปก เขียนเอาไว้ว่า

"หนังสือที่สมาคมห้องสมุดอเมริกัน ยกย่องให้เป็นหนังสือแนะนำสำหรับเยาวชน"

 

หลังจากอ่านจบ..

 

บอกได้เลยว่า... ไม่เหมาะกับเยาวชนเลยซักนิดครับ...

 

ถึงผู้เขียนจะเขียนย้อนไปในสมัยตอนที่ตนเองเป็นเด็ก เล่าเรื่องต่างๆที่เกิดขึ้นตอนนั้น

ถ่ายทอดออกมาในมุมมองของเด็กวัย 6 - 7 ขวบ... แต่โดยรวม ผมคิดว่า เนื้อหาก็ยังหนักเกินไป

เพราะยังไงมันก็เป็นเรื่องของสงคราม..

 

มีบางตอนที่สะเทือนอารมณ์ จนผมน้ำตาไหลออกมาเอง..

บางตอนก็ช่างโหดร้าย เสียจนผมนึกภาพตามแล้ว ก็อดฝันร้ายไม่ได้...

(สปอย(อ่านแล้วอาจฝันร้าย) : เช่น ตอนที่คนเขียนบรรยายถึงภาพศพของผู้หญิงคนหนึ่ง ที่โดนสะเก็ดระเบิดเข้ากลางอก

นอนเป็นศพที่มีเลือดไหลอาบไปทั่วทั้งร่าง โดยที่มีลูกน้อยวัยทารกที่ยังมีชีวิต อยู่ด้านบนของศพ

...ดูดกินเลือดที่ออกมาจากร่างของมารดาตนเอง..) 

 

ถามว่าเป็นหนังสือที่ดีไหม? ตอบได้ว่า ดี...

 

ทำให้รู้สึกว่าเราโชคดีแค่ไหนแล้ว ที่ไม่ได้อยู่ในยุคสงคราม...

 

แต่ถ้าจะให้เยาวชนเด็กๆอ่าน....เอ่อ...หนักไปหน่อยมั้ง?

 

....

จริงๆเราก็ยังอยู่ในยุคสงครามนะ แต่เป็นสงครามทางเศรษฐกิจ

 ซึ่งก็ยังเป็นสงครามที่โหดร้ายอยู่..

 

แต่ว่า เรายังมีโอกาสมีชีวิตรอดได้มากกว่าสงครามที่ใช้อาวุธปืนเป็นหลักในการทำลายล้างกัน

 

เพราะตราบใดที่เรายังมีชีวิตอยู่ เราก็ยังมีโอกาสเริ่มต้นสิ่งใหม่้ๆได้เสมอ

 

ตราบใดที่เรายังมีลมหายใจ มีสติ และใจเราไม่ยอมแพ้... เราก็จะไม่แพ้

 

และตราบใดที่เรายังมีเพื่อนพี่น้อง เราก็ไม่ได้ต่อสู้อย่างเดียวดาย

ยังมีคนพร้อมที่จะช่วยเหลือเราเสมอ...

 

และที่สำคัญ เมื่อไปถึงจุดที่เราสบายแล้ว อย่าลืมหันไปช่วยผู้อื่นที่กำลังทุกข์ยากด้วยนะครับ

 

.....

อ้าวเฮ้ย!! ทำไมเริ่มอีกเรื่อง จบอีกเรื่องฟะ??

 

ไหลตามน้ำไปเรื่อยอีกแล้วตู...

 

 

ปล.ช่วงนี้จะพยายามอัฟทุกวัน เพราะกิจกรรมมันบังคับนะครับ 

(ปกติก็อัฟทุกวันอยู่แล้วไม่ใช่เรอะ??)

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

แด่สันติสุขของโลกใบนี้..confused smile

สู้ต่อไปเน่อ..วะฮ่าาาๆ..confused smile

#1 By happiness in my bag.. on 2009-06-02 19:52


อะไรเกี่ยวกับสงครามนี่ไม่อยากอ่านเลย - -;;

หนักไป ~

#2 By eternize on 2009-06-02 19:55

อ่านสปอยแล้ว โหดนะนั่น sad smile

..ไหลไปเรื่อย ไหลไปเรื่อย... open-mounthed smile

#3 By six on 2009-06-02 19:55

สงครามไม่เคยสร้างอะไรดี ๆ เลย มีแต่ความเศร้า หม่นหมอง ขอให้อัพได้ทุกวันนะคะ จะพยายามมาอ่านทุกวันค่ะconfused smile
หามุขอัพวันนี้อยู่ หุ หุ

#5 By (^_^)/nana on 2009-06-02 20:01

น่าอ่านนน นน (​กำ )
ไว้เคลียร์ที่มีอยู่จบจะลองหาอ่าน นะ เค๊อะะ
(ได้ข่าวว่าตัวเองเป็นเยาวชน)


#6 By quiescent on 2009-06-02 20:02

ไม่ชอบสงครามเช่นกันครับ

- -

#7 By ChimERaTeDdY on 2009-06-02 20:12

ไหลประจำอ่ะ คุณ clock open-mounthed smile
เล่มนี้เป็นแนวที่ไม่ค่อยถูกกันเลย กลัวเศร้าค่ะ

#8 By talalan on 2009-06-02 20:14

เห็นหน้าปกก็รู้สึกหนักแล้วล่ะค่ะ

ต้นไม้ออกดอกได้สวยงามมาก รดน้ำๆ confused smile

#9 By i c e c u b e on 2009-06-02 20:39

พี่ไม่ใช่เยาวชนแล้ว
อ่านได้ค่ะopen-mounthed smile

#10 By ต้า on 2009-06-02 20:43

สงครามโหดร้ายเสมอ

#11 By berserkrabbit on 2009-06-02 20:54

สงครามที่ญี่ปุ่นนี่มันช่างโหดร้ายจริงๆ..
ผมว่ามันเป็นกรรมของชนชาติเขาก็ว่าได้มั้งคับ

เพราะทหารญี่ปุ่นเองก็ใช่ย่อย
แต่คนรับกรรมกลับเป็นประชาชน

#12 By sage_nu on 2009-06-02 21:22

ผู้ใหญ่ที่บ้านหลายท่านบอกว่า

เด็กยุคนี้โชคดีที่สุด ที่ไม่ได้เกิดมาในยุคสงครามที่ไม่ต้องคิดว่าวันนี้จะมีชีวิตรอดยังไง

เลยมีเวลาฟุ้งซ่าน
และเป็นที่มีของคำว่า กระดูกคนละเบอร์

#13 By Vee on 2009-06-02 21:22

รดน้ำไปซะเยอะเลย
ต้นไม้จะตายไหมนี่ cry

#14 By Vee on 2009-06-02 21:23

5+ ใช้ได้เลยค่ะพี่ ไหลแบบนี้น่าชวนมาเล่นการเมือง

#15 By ire_u on 2009-06-02 21:37

เรื่องดูหนักมากเลยค่ะ
แต่เราชอบอ่านนะ เพราะบางทีมันให้อะไรๆ เราได้มากมายโดยไม่ยัดเยียด

เหมือนหนังสือเรื่องไล่ตงจิ้น
ที่เป็นขอทานน่ะค่ะ

อ่านแล้วไม่ใช่แค่น้ำตาไหล แต่โฮเลยทีเดียว

ไปหาเรื่องนี้มาอ่านบ้างดีกว่า

#16 By namnampai on 2009-06-02 21:53

โหดจริงๆ...>.<!

#17 By Aelita~[-X-]~ on 2009-06-02 22:25

เห็นปกก็ตะลึงแล้วว่าเป็นหนังสือแนะนำสำหรับเยาวชน sad smile

ขอให้โลกสงบสุข (จบแบบนางงามครับ ฮ่าๆ)

#18 By emustra on 2009-06-02 22:45

หนังสือหนัก ๆ ทำให้เราหนักอกหนักใจไปด้วย ช่วงนี้ถ้าเลี่ยงได้จะเลี่ยงตลอด ตอนนี้ติดหนังเกาหลีอย่างแรง 5555+

#19 By จอมบงการ on 2009-06-02 23:12

สงครามประสาท มีทุกวันเลย อ่า พี่คล่อก น่ากัวเหมือนกัน อือ

#20 By someone on 2009-06-02 23:34

ต้นไม้สีหวานจัง big smile

#21 By Googigg on 2009-06-03 00:03

หูย น่ากลัว sad smile

#22 By PHAR' on 2009-06-03 19:04

เรื่องนี้ของเรามีสอบปลายภาคด้วย
อยากบอกว่าเป็นเรื่องที่น่าอ่านมาก
อ่านไปน้ำตาใหลไปด้วย

#23 By คนที่เคยอ่านเหมือนกัน (61.90.42.58) on 2009-10-04 18:33

อ่านแล้วเหมือนกันค่ะ รู้สึกดีนะค่ะเป็นหนังสือที่แสดงให้เห็นถึงการสอนลูกหลานของเราเอง ในแง่ต่างๆเพราะจะทำให้ลูกของเราสามารถยืนหยัดได้ด้วยตัวเองไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่open-mounthed smile

#24 By oilik (124.120.175.52) on 2009-11-04 10:36