คุมใจ
posted on 15 Jun 2009 05:09 by clockrun
สมัยก่อน ตัวผมเองเป็นคนที่ใจร้อนกว่านี้..
ถึงแม้ภายนอกจะดูเย็นๆ แต่ภายในร้อนเหมือนหนุ่มเลือดร้อนทั่วๆไป
.....
เมิ่อก่อน ผมเคยมีเพื่อนอยู่คนหนึ่ง ที่เรียนจบมาจากโรงเรียนเดียวกัน
เป็นเพื่อนที่ไม่ได้สนิทเท่าไหร่..
พอเรียนจบ เราก็ไม่ได้เจอกันเลย จนกระทั่งทำงานแล้ว ถึงมาเจอกันอีกครั้ง
พอไ้ด้เจอกันอีกครั้ง เราก็เลยแลกเมลกัน...จะได้เอาไว้คุยกันในเอ็มได้
แรกๆเราก็คุยกันทั่วไป ถามสารทุกข์สุกดิบตามประสาเพื่อน....
แต่แล้ววันเวลาก็เปลี่ยนไป.....
ครั้งสุดท้ายที่คุยกัน เธอสอบผ่าน ได้เป็นแอร์ของสายการบินต่างชาติแห่งหนึ่ง...
ผมก็แสดงความยินดีไปตามปกติ...
แต่ไม่รู้ทำไม หลังจากนั้น ไม่ว่าเธอจะออนเอ็มสักกี่ครั้ง...
ผมทักไปกี่ที เธอก็ไม่ตอบผมแม้สักคำ...
ไม่ว่าผมจะทักเป็นภาษาไทย หรือภาษาอังกฤษ... เธอก็ไม่ตอบ
แรกๆผมก็คิดว่า เธอคงยุ่ง ไม่สะดวกมาตอบเอ็มผม...
แต่พอผ่านไปสาม-สี่เดือน...ผมทักไปกี่ครั้ง เธอก็เงียบ...มันอะไรกัน?
เกิดคำถามขึ้นในใจมากมาย ผมทำอะไรให้เพื่อนคนนี้ไม่พอใจหรือเปล่า?
นั่งคิดทบทวนมากมายเท่าไหร่ก็คิดไม่ออก...ตอนนั้นผมสรุปเอาเองว่า
เธอคงเปลี่ยนไปแล้ว...
เพราะเธอเปลี่ยนจากคนธรรมดา ไปเป็นแอร์ที่สูงส่ง บินอยู่บนท้องฟ้าดั่งนางฟ้าไปแล้ว
การมีเพื่อนที่อยู่บนดินอย่างผม คงไม่คู่ควรกับนางฟ้าอย่างเธอ...นั่นเป็นสิ่งที่ผมคิด
ผมก็เลยลบเมลเธอ และก็ไม่ติดต่อกับเธออีก...
ดูเธอก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไร...
"มีเพื่อนก็เหมือนไม่มี กูไม่มีก็ได้"
.....
วันเวลาผ่านไป ผมเติบโตขึ้น หันกลับไปมองตนเองในอดีต...
รู้สึกสงสารตนเองในตอนนั้นเหลือเกิน ...
เพราะการกระทำทุกอย่าง เกิดจากการคิดไปเองทั้งนั้น...
แค่เพื่อนไม่ตอบเอ็ม เราก็เฉยๆไว้เสีย ไม่เห็นต้องสนใจอะไรเลยนี่...
ไม่เห็นต้องทำอะไรเลยนี่ ไม่เห็นจำเ้ป็นต้องลบเมลเลยนี่นา...
คนเรามักโกรธผู้อื่น เพราะผู้อื่นไม่ทำอย่างใจตน...ไม่เป็นไปตามที่ตนต้องการ
ในกรณีของผมก็คือ ทักเพื่อนไปในเอ็ม อยากให้เพื่อนตอบ แต่เพื่อนไม่ตอบ ผมก็เลยโกรธ
....
ในกรณีที่พ่อแม่หาว่าลูกดื้อ เพราะลูกไม่ทำตามใจพ่อแม่...
แล้วพ่อแม่เคยตั้งคำถามหรือไม่ ว่าทำไมลูกถึงทำอย่างนั้น?
บางที ลูกอาจจะมีเหตุผลของตนเอง มีความคิดเป็นของตนเองก็ได้...พ่อแม่เคยฟังหรือเปล่า?
หรือเอะอะๆก็ตีลูก เพราัะเห็นลูกไม่เป็นไปตามที่ตนอยากให้เป็น... มันถูกแล้วหรือ?
....
หลังๆมานี้ ผมรู้สึกว่า ผมดูกลายเป็นคนเฉื่อยชา ไม่ทุกข์ไม่ร้อน
และไม่สนใจในเรื่องการทะเลาะเบาะแว้งของผู้อื่นอีก...
แม้ใครจะมาบ่นว่าเขาร้องไห้เพราะคนนู้น เขาโกรธคนนี้...ผมก็รู้สึกสงสารเขานิดๆนะ
แต่ว่า ไม่ได้สงสารเพราะเขาโกรธหรือร้องไห้นะ...แต่สงสาร ที่เขาคุมใจตนเองไม่ได้ต่างหาก
สงสาร ที่เขาคุมอารมณ์ตัวเองไม่เป็น คุมใจตนเองไม่เป็น..ปล่อยให้กิเลสตัณหาครอบงำ
อยากให้ใครคนหนึ่งทำอย่างงู้น เป็นอย่างงี้...
พอใครคนนั้นไม่ทำตามก็เลยเป็นทุกข์...ก็เลยโกรธ ก็เลยไม่พอใจ
พอทำอะไรไม่ได้ ก็เลยร้องไห้...
ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่คนอื่นหรอก ปัญหาอยู่ที่ใจตนเองทั้งนั้น...
ถ้าเราปล่อยวางเสีย รับรู้่ว่าทุกคนแตกต่าง...ช่างมันเสีย เราก็จะไม่ทุกข์เพราะเรื่องนั้นๆแล้ว
ควรฝึกฝนที่ใจเราก่อน พอเวลาเราจะโกรธใคร ไม่พอใจอะไร โมโหอะไร
ให้ฉุกคิดซักนิด ว่าทำไมเราถึงโกรธ ถึงโมโห ถึงไม่พอใจ?
น่าแปลกที่ผมพบว่า สาเหตุก็เหมือนๆกันก็คือ "ไม่เป็นไปอย่างที่ใจตนต้องการ"
"เพราะทุกคนไม่เหมือนกัน ทุกคนมีความคิด มีเหตุผลเป็นของตนเอง
และยังมีปัจจัยอื่นๆอีกมากที่ทำให้คนๆหนึ่ง แสดงการกระทำใดๆออกมา"
มันก็ไม่แปลกอะไร ที่ใครจะทำอะไรไม่ถูกใจเรา ทำให้เราโมโห เพราะเราทุกคนนั้นแตกต่างกัน
ถ้าคำนึงถึงตรงนี้ได้ ความโกรธก็จะเบาบางลง...ทำบ่อยๆ เราก็จะกลายเป็นคนที่ใจเย็น
และก็ไม่โกรธใครง่ายๆอีก แล้วก็จะเข้าใจผู้อื่นได้มากขึ้นครับ..
พยายามคุมใจตนเองให้ได้นะครับ
ปล.ทุกวันนี้ก็ยังเลือดร้อนอยู่บ้างนะครับ แต่น้อยลงครับ


ให้ดาวก่อนครับ เพราะอ่านแล้วโดนจริงๆ เหมือนหมัด
#1 By berserkrabbit on 2009-06-15 08:03