รู้ทันมิจฉาชีพอ้าง"ลิขสิทธิ์"
posted on 28 Oct 2009 08:22 by clockrun
เห็นว่า เหมือนจะมีปัญหาเรื่องลิขสิทธิ์การ์ตูนกัน ลองดูตัวอย่างจากพันธ์ทิพย์ดูนะครับ
(สำหรับท่านที่ขี้เกียจอ่าน ข้ามตัวหนังสือสีดำ เลื่อนไปข้างล่างได้เลยครับ ผมสรุปส่วนสำคัญไว้แล้วครับ)
บทความของ อาจารย์แมว ขอคัดลอกมาให้ทุกๆท่านที่นี่ ได้อ่านกันครับ
ที่มา
อาจารย์ แมว
www.ICT.in.th
กลุ่มร้านอินเตอร์เน็ต คาเฟ่ ไทย
เมื่อวานนี้ผมได้รับแจ้งว่ามีการตรวจจับลิขสิทธิ์ที่ในตลาด ร้านขาย " ขนมแพนเค้ก "
เมื่อ ผมได้ทราบเรื่องจึงรีบรุดหน้าไปยังสถานที่เกิดเหตุ ระหว่างเดินทางผมก็ "งง" อยู่ในใจว่า ลิขสิทธิ์เกี่ยวอะไรกับร้านขาย " ขนมแพนเค้ก "
เมื่อ ไปถึงยังจุดหมายก็ได้ทราบความจริงว่า มีกลุ่มมิจฉาชีพลิขสิทธิ์ อ้างว่าเป็นตัวแทนลิขสิทธิ์ตัวการ์ตูนโดเรมอน สามารถจับได้ทุกอย่างที่มีรูปโดเรมอน มาพร้อมกับตำรวจ เข้าจับกุม ตากับยายที่ขาย " ขนมแพนเค้ก " ซึ่งวาดเป็น ตัวโดเรมอน
เสียดายผมมา ถึงช้าไป ตากับยาย ถูกกรรโชกทรัพย์ไปแล้วจำนวน 5,000 บาท ทั้งๆ ที่ ตากับยาย เองก็ยังสับสนกับเรื่องที่เกิดขึ้นว่าการที่เขาทำมาหากินตามปกติ ขาย " ขนมแพนเค้ก " ซึ่งวาดเป็นตัวการ์ตูน หรือรูปสัตว์ ต่าง ๆ มีความผิดตรงไหน
ความจริงแล้ว " ขนมแพนเค้ก " ที่ ตา ยาย วาดเป็นตัวโดเรมอน มันก็ได้แค่คล้าย แต่ไม่เหมือนโดเรมอน หรอกครับ
หลาย ๆ คนที่เคยซื้อมาทาน หรือเคยผ่านตามาบ้าง คงนึกภาพออก
มาถึงคำถามว่า ตากับยาย วาด " ขนมแพนเค้ก " เป็นรูปโดเรมอน ขาย มีความผิดหรือไม่?
"ไม่ผิดครับ "
เรื่องนี้ผมว่าแค่ชั้นสอบสวน ตำรวจถ้าให้ความเป็นธรรม ไม่คิดถึงแต่ผลประโยชน์ที่หมาจะมอบให้ ก็สามารถสั่งไม่ฟ้องได้เลย
หรือไม่ควรรับแจ้งความตั้งแต่ต้นด้วยซ้ำ เพราะมันเป็นเรื่อง " น่าอับอาย " ครับ " ขายขี้หน้าเขา "
หากินกับคนแก่ หากินกับคนทำมาหากินสุจริต
เกร็ดความรู้
ในฐานะที่เคยทำงานเกี่ยวกับด้านลิขสิทธิ์จากประเทศญี่ปุ่น ขออธิบายเรื่องลิขสิทธิ์ให้เข้าใจแบบง่าย ๆ ว่า
การที่เจ้าของลิขสิทธิ์นั้น มอบอำนาจลิขสิทธิ์ใด ๆ ให้กับตัวแทน จะมีการระบุขอบเขตการให้สิทธิ์ไว้ในใบมอบอำนาจอย่างชัดเจน
เช่น คุณซื้อลิขสิทธิ์ การตูนเรื่องโดเรมอน ตอนที่ 1 ถึงตอนที่ 100 เพื่อไปตีพิมพ์เป็นหนังสือการ์ตูน เพื่อจำหน่าย
- ในกรณีนี้ คุณก็สามารถตีพิมพ์การ์ตูน โดเรมอน ตอนที่ 1 ถึงตอนที่ 100 ขายได้เท่านั้น จะมาทำเสื้อผ้า ขายไม่ได้ เขาให้สิทธิ์แค่ไหน คุณก็ทำได้แค่นั้น
เช่น คุณซื้อลิขสิทธิ์ตัวการ์ตูนโดเรมอน เพื่อไปทำลายบนเสื้อ เพื่อจำหน่าย
- ในกรณีนี้ คุณก็สามารถทำเสื้อลาย โดเรมอน ขายได้เท่านั้น จะมาทำกางเกงด้วยไม่ได้ ถ้าเขาไม่ให้สิทธิ์
เช่น คุณซื้อลิขสิทธิ์ตัวการ์ตูนโดเรมอน เพื่อไปทำของพรีเมี่ยมจำหน่าย ของพรีเมี่ยมก็จะต้องมีระบุอย่างชัดเจนว่าทำอะไรบ้าง ดินสอ, ปากกา, ยางลบ, แก้วน้ำ อื่น ๆ
- ในกรณีนี้ เขาให้สิทธิ์คุณอะไรบ้าง คุณก็ทำได้แค่นั้น ไม่ใช่ทำได้ทุกอย่าง ครอบจักรวาล ไม่ใช่แค่คนหายใจ หรือพูดคำว่าโดเรมอน คุณก็ไล่จับเขาได้หมด
ไม่มีว่า คุณซื้อลิขสิทธิ์ตัวการ์ตูนโดเรมอนมา ทุกสิ่ง ทุกอย่างที่เป็นโดเรมอน คุณได้สิทธิ์หมด
เพราะเจ้าของลิขสิทธิ์ส่วนใหญ่ก็หวงแหนในสิทธิ์ของตัวเอง โดยเฉพาะการ์ตูนที่ได้รับความนิยมสูง ไม่มีใครให้สิทธิ์คนอื่น 100 %
แล้วทำไมในใบมอบอำนาจเขาถึงเขียนไว้ว่าได้รับสิทธิ์นั้น สิทธิ์นี้ เต็มไปหมด
ก็ เพราะเขาเขียนเอาเองครับ มิจฉาชีพเหล่านี้มาพิมพ์กันเอาเอง และไม่มีใครตรวจสอบ ควมจริงเป็นหน้าที่เบื้องต้นของตำรวจที่จะต้องเป็นผู้ตรวจสอบเอกสารตัวจริง ที่มาจากต่างประเทศ แต่ทุกวันนี้ทำกันหรือไม่ ?
รอง ผบ.ตร. มีคำสั่ง ด่วน !! กำชับการปฎิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการตรวจค้นจับกุมคดีลิขสิทธิ์ คุณรู้หรือไม่ ?
คุณเคยตรวจสอบบริษัทตัวแทนเหล่านี้หรือไม่ ว่าได้รับสิทธิ์มาจริง และต้องการออกมาปกป้องสิทธิ์ของตัวเอง ไม่ใช่มารีดไถ
ที่ ผ่านมาก็มีหลายราย ทำเนียนเปิดบริษัทผี 2-3 บริษัท แกล้งมอบอำนาจกันไปมาอย่างสนุกสนาน หลาย ๆ ทอด ให้ดู งง เล่น ทำให้ยากต่อการตรวจสอบ และไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาดูแลเรื่องนี้อย่างจริงจัง หมาจึงใช้ช่องว่างนี้หากิน พอหากินได้สักระยะก็ปิดบริษัทหนี
สักพักก็หา ชื่อสวย ๆ เปิดบริษัทใหม่ หากินต่อ ตัวแทนบางคนหากินสักพักก็จะเปลี่ยนชื่อ บางคนเปลี่ยนชื่อซะจน พ่อแม่ก็ยังไม่รู้ว่าลูกตัวเองชื่ออะไร
ฝากถึงข้าราชการตำรวจ ที่ดี
ทำ ราชการ หมายถึง ทำการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ถ้าพระเจ้าอยู่หัวทำราชการ ก็น่าจะหมายถึง ทรงทำการเพื่อประโยชน์สุขให้กับประชาชนของพระองค์
รับราชการ หมายถึง รับงานของราชามาทำต่อ เมื่อพระองค์ท่านทรงรักประชาชน ทำงานเพื่อประชาชน คนที่รับราชการ สิ่งแรกที่ต้องทำ คือ ต้องรักประชาชน ทำงานเพื่อประชาชน
ข้าราชการ หมายถึง คนที่ทำงานให้กับพระเจ้าแผ่นดิน เคยได้ยินไหม "ข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว"
ไม่ ว่าจะใช้คำไหน เป็นการของพระเจ้าแผ่นดิน พระเจ้าแผ่นดินทรงรักประชาชน เราก็ต้องรักประชาชนด้วย เราต้องรักผู้มารับบริการ เราต้องให้บริการที่ดีกับประชาชน ใช้ปิยะวาจา รักประชาชนก็ต้องแสดงออกทั้งกาย วาจา ใจ
คนที่รับราชการ สิ่งแรกที่ต้องทำ คือ ต้องรักประชาชน ทำงานเพื่อประชาชน
คุณมี " อาชีพตำรวจ " หรือ คุณเป็น " ตำรวจมืออาชีพ "
" อย่าปล่อยให้ ตำรวจเลวเพียงบางคน ทำให้พวกท่านต้องเสียชื่อเสียงอีกเลย "
ฝากถึงทุกคน
อย่า คิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องไกลตัว เพราะกลุ่มมิจฉาชีพจับลิขสิทธิ์กรรโชกทรัพย์ เหล่านี้ คือกลุ่มเดียวกัน ที่หากินตามฤดูกาล วันนี้เขาจับ ตากับยาย ขาย " ขนมแพนเค้ก "
วัน ข้างหน้า เขาก็จะมาจับร้านอินเตอร์เน็ต, ร้านมือถือ, ร้านคอมพิวเตอร์, ร้านกิ๊ฟท์ช็อป, ร้านคาราโอเกะ, ร้านยาดอง และอื่น ๆ หมุนเวียนเปลี่ยนไปเรื่อย
ที่มา : http://www.pantip.com/cafe/food/topic/D8449617/D8449617.html
เนื้อหาสำคัญคือ
เจ้าของลิขสิทธิ์นั้น มอบอำนาจลิขสิทธิ์ใด ๆ ให้กับตัวแทน
จะมีการระบุขอบเขตการให้สิทธิ์ไว้ในใบมอบอำนาจอย่างชัดเจน
เช่น คุณซื้อลิขสิทธิ์ การตูนเรื่องโดเรมอน ตอนที่ 1 ถึงตอนที่ 100
เพื่อไปตีพิมพ์เป็นหนังสือการ์ตูน เพื่อจำหน่าย
- ในกรณีนี้ คุณก็สามารถตีพิมพ์การ์ตูน โดเรมอน ตอนที่ 1 ถึงตอนที่ 100 ขายได้เท่านั้น
จะมาทำเสื้อผ้า ขายไม่ได้ เขาให้สิทธิ์แค่ไหน
คุณก็ทำได้แค่นั้น
คุณซื้อลิขสิทธิ์ตัวการ์ตูนโดเรมอน เพื่อไปทำลายบนเสื้อ เพื่อจำหน่าย
- ในกรณีนี้ คุณก็สามารถทำเสื้อลาย โดเรมอน ขายได้เท่านั้น
จะมาทำกางเกงด้วยไม่ได้ ถ้าเขาไม่ให้สิทธิ์
คุณซื้อลิขสิทธิ์ตัวการ์ตูนโดเรมอน เพื่อไปทำของพรีเมี่ยมจำหน่าย
ของพรีเมี่ยมก็จะต้องมีระบุอย่างชัดเจนว่าทำอะไรบ้าง ดินสอ, ปากกา, ยางลบ,
แก้วน้ำ อื่น ๆ
- ในกรณีนี้ เขาให้สิทธิ์คุณอะไรบ้าง คุณก็ทำได้แค่นั้น ไม่ใช่ทำได้ทุกอย่าง
ครอบจักรวาล ไม่ใช่แค่คนหายใจ หรือพูดคำว่าโดเรมอน คุณก็ไล่จับเขาได้หมด
ไม่มีว่า คุณซื้อลิขสิทธิ์ตัวการ์ตูนโดเรมอนมา ทุกสิ่ง ทุกอย่างที่เป็นโดเรมอน คุณได้สิทธิ์หมด
เพราะเจ้าของลิขสิทธิ์ส่วนใหญ่ก็หวงแหนในสิทธิ์ของตัวเอง โดยเฉพาะการ์ตูนที่ได้รับความนิยมสูง
ไม่มีใครให้สิทธิ์คนอื่น 100 %
แล้วทำไมในใบมอบอำนาจเขาถึงเขียนไว้ว่าได้รับสิทธิ์นั้น สิทธิ์นี้ เต็มไปหมด
ก็เพราะเขาเขียนเอาเองครับ มิจฉาชีพเหล่านี้มาพิมพ์กันเอาเอง และไม่มีใครตรวจสอบ
ความจริงเป็นหน้าที่เบื้องต้นของตำรวจที่จะต้องเป็นผู้ตรวจสอบเอกสารตัวจริง
ที่มาจากต่างประเทศ แต่ทุกวันนี้ทำกันหรือไม่ ?
ต่อไปเป็นข้อยกเว้นของกฏหมายลิขสิทธิ์ครับ
การกระทำบางอย่างต่อไปนี้กฎหมายถือว่าไม่เป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ คือ
1.) การกระทำใดๆก็ตาม หากไม่ขัดต่อการแสวงหาประโยชน์จากงานอันมีลิขสิทธิ์นั้นตามปกติ
ของเจ้าของลิขสิทธิ์ และไม่กระทบกระเทือนถึงสิทธิอันชอบด้วยกฎหมายของเจ้าของลิขสิทธิ์
เกินสมควร มิให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ และในกรณีต่อไปนี้
1.1) วิจัยหรือศึกษางานนั้น อันมิใช่การกระทำเพื่อหากำไร
1.2) ใช้เพื่อประโยชน์ของตนเอง หรือเพื่อประโยชน์ของตนเองและบุคคลอื่นในครอบครัว
หรือญาติสนิท
1.3) ติชม วิจารณ์ หรือแนะนำผลงานโดยมีการรับรู้ถึงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานนั้น
1.4) เสนอรายงานข่าวทางสื่อสารมวลชนโดยมีการรับรู้ถึงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานนั้น
1.5) ทำซ้ำ ดัดแปลง นำออกแสดง หรือทำให้ปรากฏ เพื่อประโยชน์ในการพิจารณาของศาล
หรือเจ้าพนักงานซึ่งมีอำนาจตามกฎหมาย หรือในการรายงานผลการพิจารณาดังกล่าว
1.6) ทำซ้ำ ดัดแปลง นำออกแสดง หรือทำให้ปรากฏโดยผู้สอน เพื่อประโยชน์ในการสอน
ของตน อันมิใช่การกระทำเพื่อหากำไร
1.7) ทำซ้ำ ดัดแปลงบางส่วนของงาน หรือตัดทอน หรือทำบทสรุปโดยผู้สอนหรือสถาบันศึกษา
เพื่อแจกจ่าย หรือจำหน่ายแก่ผู้เรียนในชั้นเรียน หรือในสถานศึกษา ทั้งนี้ ต้องไม่เป็นการกระทำ
เพื่อหากำไร
1.8) นำงานนั้นมาใช้เป็นส่วนหนึ่งในการถามและตอบในการสอบ
2.) การกล่าว คัด ลอก เลียน หรืออ้างอิงงานบางตอนตามสมควร จากงานอันมีลิขสิทธิ์
โดยมีการรับรู้ถึงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในงานนั้น มิให้ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์
หากไม่ขัดต่อการแสวงหาประโยชน์จากงานอันมีลิขสิทธิ์นั้นตามปกติของเจ้าของลิขสิทธิ์
และไม่กระทบกระเทือนถึงสิทธิอันชอบด้วยกฎหมายของเจ้าของลิขสิทธิ์เกินสมควร
อันนี้เป็นเรื่องโปรแกรมคอมพิวเตอร์ครับ
3.) การกระทำแก่โปรแกรมคอมพิวเตอร์ดังต่อไปนี้ หากไม่ขัดต่อการแสวงหาประโยชน์จากงาน
อันมีลิขสิทธิ์นั้นตามปกติของเจ้าของลิขสิทธิ์ และไม่กระทบกระเทือนถึงสิทธิอันชอบด้วยกฎหมาย
ของเจ้าของลิขสิทธิ์เกินสมควร ไม่ถือว่าเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ คือ
3.1) วิจัย หรือศึกษาโปรแกรมคอมพิวเตอร์นั้น
3.2) ใช้เพื่อประโยชน์ของเจ้าของสำเนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์นั้น
3.3) ติชม วิจารณ์ หรือแนะนำผลงานโดยมีการรับรู้ถึงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ในโปรแกรม
คอมพิวเตอร์นั้น
3.4) เสนอรายงานข่าวทางสื่อสารมวลชน โดยมีการรับรู้ถึงความเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์
ในโปรแกรมคอมพิวเตอร์นั้น
3.5) ทำสำเนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ในจำนวนที่สมควร โดยบุคคลผู้ซึ่งได้ซื้อ
หรือได้รับโปรแกรมนั้นมาจากบุคคลอื่นโดยถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อเก็บไว้ใช้ประโยชน์ในการ
บำรุงรักษา หรือป้องกันการสูญหาย
3.6) ทำซ้ำ ดัดแปลง นำออกแสดง หรือทำให้ปรากฏเพื่อประโยชน์ในการพิจารณาของศาล
หรือเจ้าพนักงานซึ่งมีอำนาจตามกฎหมาย หรือในการรายงานผลการพิจารณาดังกล่าว
3.7) นำโปรแกรมคอมพิวเตอร์นั้นมาใช้เป็นส่วนหนึ่งในการถามและตอบในการสอบ
3.8) ดัดแปลงโปรแกรมคอมพิวเตอร์ในกรณีที่จำเป็นแก่การใช้
3.9) จัดทำสำเนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เพื่อเก็บรักษาไว้สำหรับการอ้างอิง
หรือค้นคว้าเพื่อประโยชน์ของสาธารณชน
โดจินไม่น่าจะเข้าข่ายละเมิดลิขสิทธิ์นะครับ
โดจินเข้าข่ายละเมิดลิขสิทธิ์นะครับ
...
แต่ทุกคนรับรู้ว่าไม่ใช่ของแท้่ ไม่ได้ทำให้เกิดความสับสนแต่อย่างใด
แล้วก็ไม่ได้ไปแย่งส่วนแบ่งทางตลาดของของแท้แต่อย่างใดครับ
)
Edit : แก้ไขข้อมูลจากคุณ Chubby ครับ ขอบคุณสำหรับความรู้ครับ
ถ้าเจอใครมาอ้างว่าเป็นตัวแทนลิขสิทธิ์ ไม่้ต้องไปกลัวนะครับ
ต่อให้มากับตำรวจก็ไม่ต้องกลัวครับ...
อย่าให้เขายึดของ
และอย่าควักเงินให้เขาแม้ซักบาทโดยเด็ดขาด!!
ลิขสิทธิ์ของแท้ ไม่มาไล่จับแฟนอาร์ตแบบนี้หรอกครับ!!!
ส่วนถ้าโชคร้าย เราดันมีสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ของจริง แล้วเจอพวกบริษัทของจริง ไม่ใช่มิจฉาชีพ
เช่น เอาการ์ตูนเขามาก็อบขาย เราก็ยอมโดนจับแล้วขึ้นศาลนะครับ อย่าจ่ายเองเด็ดขาด
ให้ศาลสั่งเท่านั้น ศาลจะสั่งจ่ายตามความเสียหายครับ
(พวกโดจิน พวกพวงกุญแจทำเอง รูปวาดเองเนี่ย...ศาลยกฟ้องแน่ๆ.... มีแต่คนบ้ากับมิจฉาชีพเท่านั้นแหละ
ที่มาไล่จับแฟนอาร์ต
)
เช่น การ์ตูน 35 บาท ขาย 20 เล่ม ก็จ่าย 700 บาทครับ... ไม่มีจ่ายเป็นหมื่นเป็นแสนหรอกครับ
(ยกเว้นสูจะก็อบมาเป็นพันเป็นหมื่นเป็นแสน...เข้าข่ายก็อบง่าว
)
ส่วนในการจับกุม ก็ตามนี้ครับ (อาจจะดูเยอะ แต่ถ้าอ่านหมด ภูมิคุ้มกันเลเวลอัฟเยอะเลยนะ
)
1 จับกุมลิขสิทธิ์ได้ก่อนพระอาทิตย์ตกดินเท่านั้น ถ้ามาตอนมืด ถึงจะถูกต้องก็ไล่กลับไปได้เลย
2.หากมีคนอ้างเป็นตัวแทน ขอดูบัตรประชาชน ดูใบรับมอบอำนาจจากเจ้าของลิขสิทธิ์
ดูบัตรของผู้รับมอบจะต้องมีบัตรของกรมทรัพย์สินทางปัญญา ถ้าไม่ให้ดูไล่พวกมันกลับไปได้เลย
3 การล่อเล่นของหน้าม้า เป็นการร่วมกระทำความผิด ไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัย
ไม่มีอำนาจแจ้งความร้องทุกข์
4 ร้านคอมฯปฏิเสธไม่ให้ตรวจเครื่องคอมฯได้นะครับถ้ามันไม่มีหมายค้น ในส่วนของตัวร้าน
(สาธารณสถาน)อยากตรวจก็ให้ตรวจไป แต่เครื่องคอมฯไม่ใช่สาธารณสถาน
เรามีสิทธิปฏิเสธไม่เปิดให้ตรวจสอบได้
5 ตัวแทนลิขสิทธิ์ไม่มีสิทธิ์อธิบายขั้นตอนการจับกุม กฎหมายเขียนชัดเจนให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ
ชุดจับกุมให้เป็นผู้จัดทำบันทึก การจับกุม ไม่มีกฎหมายให้อำนาจราษฎรทำ
เป็นข้อต่อสู้ของจำเลยข้อหนึ่งได้ว่ามันมั่วนิ่มไม่รู้กฎหมายแล้วมาจับ
6 ราษฎรก็จะช่วยตำรวจจับไม่ได้แม้ตำรวจจะขอให้ช่วยจับ เพราะ ตำรวจจะขอให้ราษฎรช่วยจับได้
ต้องเป็นผู้จัดการตามหมายจับเท่านั้น(เช่น โจรที่มีหมายจับ) แต่การจับละเมิดลิขสิทธิ์ในความผิด
ซึ่งหน้าไม่ใช่การจัดการตามหมายจับ เราจึงมีสิทธิป้องกันการจับกุมอันมิชอบด้วยกฎหมายทั้งปวง
กับราษฎรที่มาช่วย จับได้ตามสมควร(ต่อสู้ป้องกันตามสมควร อย่าให้ถึงตายนะครับ แบบนั้นติดคุก
ฐานฆ่าคนตาย ควรใช้กระบองป้องกันตัว)ไม่มีความผิดทางอาญาใดๆ
7 การล่อเล่น ไม่จำเป็นต้องเป็นตำรวจ ราษฎรก็ล่อเล่นได้
(แต่การล่อเล่นในคดีละเมิดลิขสิทธิ์ ถือเป็นการมีส่วนร่วมในการกระทำความผิด
จึงไม่ใช่ผู้เสียหายโดยนิตินัย ศาลจะยกฟ้อง) เหมือนข้อ3
8 จะเป็นความผิดซึ่งหน้า ต้องดูที่ลักษณะของการกระทำ ไม่ใช่ดูที่ตัวผู้ล่อเล่นว่าเป็นตำรวจหรือ
ไม่เป็นตำรวจ ความผิดซึ่งหน้า หมายถึง ความผิดซึ่งเห็นกำลังกระทำ หรือพบในอาการใด
ซึ่งแทบจะไม่มีความสงสัยเลยว่าได้กระทำผิดมาแล้วสดๆ
(ดูประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 80)
9 ดูที่ประมวลกฎหมายพิจารณาความอาญามาตรา 79
ราษฎรก็สามารถจับความผิดซึ่งหน้าได้โดยไม่ต้องมีหมายจับ แต่ต้องเป็นความผิดบางประเภทเท่านั้น
(คือความผิดที่บัญญัติไว้ท้ายประมวลป.วิอาญา) เช่น ฐานฆ่าคนตาย เป็นต้น
แต่ความผิดฐานละเมิดลิขสิทธิ์ไม่ใช่ความผิดท้ายประมวลฯ ราษฎรจึงจับไม่ได้
แม้เห็นความผิดเกิดขึ้นซึ่งหน้า
10 การละเมิดลิขสิทธิ์ต้องเกิดซึ่งหน้าตำรวจเท่านั้นเช่นนั่งไลท์แผ่นต่อหน้าต่อตาตำรวจ
ตำรวจจึงจะมีอำนาจจับกุม (และต้องมีการแจ้งความแล้ว ถ้ายังไม่แจ้งความก็ไม่มีสิทธิ์จับในข้อหา
ละเมิดลิขสิทธิ์) ถ้าการละเมิดเกิดต่อหน้าตัวแทนบริษัท(หน้าม้า) แม้จะถ่ายรูปไว้
ถ้าขณะนั้นตำรวจไม่ได้เห็นด้วย(ตำรวจอยู่นอกร้าน-มาทีหลัง) ก็ไม่มีอำนาจจับกุมครับ
11 การค้นในที่รโหฐาน เช่น ส่วนที่เป็นที่อยู่อาศัย ต้องมีหมายค้น ถ้าเข้าไปยึดแผ่นโดยไม่มีหมาย
ก็เป็นการค้นที่ไม่ชอบ ทรัพย์สินที่ยึดไปไม่สามารถนำมาใช้เป็นพยานหลักฐานได้
ต้องห้ามตามกฎหมาย เพราะฉะนั้น ถ้าขึ้นศาลก็จะไม่มีพยานหลักฐานนำสืบแสดงว่าเราทำผิด
(แม้เราละเมิดจริง แต่เมื่อไม่มีหลักฐานยืนยันว่าเราทำผิด เพราะหลักฐานที่ยึด ได้มาจากการค้นที่
ไม่ชอบ) ศาลจะยกฟ้อง
12 ตำรวจจะจับผู้ใดโดยไม่มีหมายจับหรือคำสั่งศาลไม่ได้
(ดูประมวลกฎหมายวิธี พิจารณาความอาญามาตรา78) ข้อยกเว้น จะจับโดยไม่มีหมายจับก็ได้
เมื่อบุคคลนั้นได้กระทำความผิดซึ่งหน้า และเหตุอื่นตามที่กฎหมายกำหนด
(ดูประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 80)
คดีละเมิดลิขสิทธิ์ไม่มีสิทธิ์จับ แต่ถ้าเป็นคดีความผิดต่อส่วนตัว เช่นคดีละเมิดลิขสิทธิ์
ต้องมีการแจ้งความร้องทุกข์จากผู้เสียหายหรือตัวแทนเสียก่อน ตำรวจจึงจะมีอำนาจจับ
ดังนั้น ถ้ายังไม่มีการแจ้งความร้องทุกข์ อำนาจจับกุมก็ยังไม่เกิด
แม้จะมีการละมิดลิขสิทธิ์เกิดขึ้นต่อหน้าตำรวจ ตำรวจก็จับไม่ได้
ที่รวบรวมข้อมูลเหล่านี้มาลง ไม่ได้จะชี้โพรงให้กระรอกนะครับ
แต่อยากให้เพื่อนพี่น้องมีภูมิคุ้มกันพวกมิจฉาชีพหรือพวกทำนาบนหลังคนกันถ้วนหน้าครับ
1.http://www.siamsouth.com/smf/index.php?topic=2041.0
2.http://www.2poto.com/cfwebboard/00609.html
ปล.เป็นเอนทรี่ที่ยาวและอุดมวิชาการแท้หนอ



#1 By *~.:KaNGaroO:.~* on 2009-10-28 08:39