ชีวิตบัดซบ..แล้วก็ตาย?

posted on 07 Apr 2010 06:26 by clockrun

 

ผมได้เปิดไปเจอบล็อกๆหนึ่ง เป็นภาษาอังกฤษล้วนครับ เขียนโดยนาย Steve Pavlina

อ่านไปอ่านมา.. เฮ้ย!! โดนว่ะโดน

 

ขอหยิบมาแปลเป็นไทย แบบตามมีตามเกิดทั้งยวงกันเลยทีเดียว

(ยาวนะ แต่ผมคิดว่าคุ้มค่ามากที่จะอ่านครับ.. )

 

ชีวิตบัดซบ..แล้วก็ตาย

 

ถ้าคุณเกลียดชีวิตคุณล่ะ? หรือคุณไม่ได้เกลียดมันเท่าไหร่ แต่ว่าไม่มีความสุขกับสถานะที่เป็นอยู่

บางทีคุณอาจจะเครียด เบื่อ หรือไม่ก็ห่อเหี่ยว..หรือ คุณอาจจะมองไม่เห็นจุดประสงค์ในการใช้ชีวิต

 

ถ้าคุณไม่เห็นจุดประสงค์ของการใช้ชีวิตแล้ว คุณก็ย่อมจะมองไม่เห็นจุดประสงค์ของการมีชีวิตอยู่

ซึ่งจุดประสงค์นั้นก็คือ การรู้จักสนุกกับชีวิต

 

  ชีวิตของคุณ ก็คือสิ่งที่คุณสร้างสรรค์ขึ้นมา ชีวิตที่ดีมันไม่ใช่สิ่งที่อยู่ดีๆก็ปรากฏออกมา

คุณต้องสร้างเอง นอกจากคุณจะทำความผิดพลาดโง่ๆลงไป เหมือนคุณเป็นสถาปนิกงี่เง่า

ถ้าหากเกิดเหตุการณ์นั้นขึ้น อย่าได้รู้สึกแย่.. เพราะเราทุกคนล้วนใช้ชีวิตผิดพลาดซักจุดหนึ่งอยู่แล้ว

พวกเรามักจะลืมว่า เราเป็นผู้บงการชีวิตและกำหนดประสบการณ์อันยิ่งใหญ่ของเราเอง 

แต่มันก็เป็นความจริงที่ว่า เรามีชีวิตอยู่โดยการเลือก

 

ถ้าคุณคิดว่า ชีวิตคุณอยู่นอกเหนืออำนาจการบังคับของคุณ นั่นก็เพราะคุณเลือกที่จะไม่บังคับ-

มันแต่แรก ลองคิดดูว่า ถ้าเรานั่งอยู่บนรถโดยที่เราเป็นคนขับ แล้วเราก็ปล่อยมือจากพวงมาลัย

มันก็จะคาดการณ์อะไรไม่ได้ รถก็จะหมุนติ้วๆๆ แล้วก็จะไปติดอะไรซักอย่าง หรือไปชนอะไรซักสิ่ง

 นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคุณไม่สนใจจะรับผิดชอบต่อการใช้ชีวิตของคุณเอง

ซึ่งมันไม่คุ้มค่าเลยมิใช่หรือ?

 

การยอมแพ้

 

อะไรจะเกิดขึ้น เมื่อเรายอมให้ชีวิตเราเป็นไปตามฟ้าดินกำหนด? มันเป็นสิ่งที่ดีจริงหรือ?

มันขึ้นอยู่กับว่าคุณปรับใช้ยังไง..ถ้าคุณคิดที่จะยอมแพ้ต่อฟ้าดิน แล้วก็สละการควบคุมชีวิตทั้งหมด

แล้วก็หวังว่าทุกอย่างจะออกมาโอเค...

 

เอ่อ ผมคิดว่า คุณคงไม่ขับรถแบบยอมจำนนฟ้าดิน ไม่ต้องจับพวงมาลัย

แล้วก็ปล่อยรถวิ่งไปด้วยความเร็ว 120 กม./ชม. บนถนนซูเปอร์แน่ๆ

 

การยอมแพ้แบบนี้คุ้มค่ากับคนที่ใช้ชีวิตแบบไร้สติเท่าันั้น...

มันไม่เท่.. มันไม่แนว.... มันแค่ปัญญาอ่อน

 

 การยอมแพ้ ต้องขึ้นอยู่กับความรับผิดชอบ  ไม่ใช่การยอมจำนนต่่อมัน

การยอมแพ้แบบนี้ คุณต้องตัดสินใจแบบมีสติ ในทางปฏิบัติมันหมายถึงการรู้จักปล่อยวาง

ละทิ้งพลังการต่อต้านของคุณต่อชีวิต แล้วก็หันไปตัดสินใจเลือกทางที่จะสร้างชีวิตที่มันสนุกสนาน

แทนชีวิตที่เจ็บปวด  เดินทางบนถนนแทนการเดินทางผ่านต้นไม้รถทึบดีกว่า

 

การตอบสนองทางอารมณ์

 

อารมณ์ของมนุษย์ที่ตอบสนองต่อเรา ถือเป็นกลไกในการขับเคลื่อนการเดินทางของชีวิต

พวกมันเหมือนสิ่งที่แสดงออกที่แผงหน้าปัดรถยนต์ในรถของคุณ เมื่อแผงหน้าปัดแจ้งปัญหา

มันหมายความว่า คุณจำเป็นต้องซ่อมบางอย่างของรถได้แล้ว

 

 ถ้ารถของคุณไม่สามารถเคลื่อนต่อได้ เพราะคุณขับไปชนต้นไม้

แล้วหน้าปัดความเร็ว แจ้งว่ารถมีความเร็ว 0 กม./ชม. นั่นเป็นความผิดของรถไหม?

 คุณด่ามัน "ไอ่รถโง่" "ฉันเกลียดรถคันนี้ เพราะมันไม่หลบต้นไม้!!"

 คนส่วนใหญ่คงมองว่าคุณบ้าที่ด่ารถแบบนั้น แต่นั่นเป็นสิ่งที่เรามักทำกันในชีวิตจริง

 

บางที การที่รถไปชน ไปติดหลุม อาจจะเป็นความผิดของคุณเองหรืออาจจะไม่ใช่ก็ได้

แต่อย่าลืมว่ายังไงคุณก็ยังเป็นคนขับ คุณไม่ควรโทษรถ

เพราะการโทษรถก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นมา

การเอาแต่โทษรถ ต่อว่ารถ มันก็จะยิ่งทำให้รถติดอยู่ตรงนั้นอย่างถาวร ไม่ย้ายไปไหน

 

เมื่อคุณรู้สึกไม่มีความสุขกับชีวิตของคุณ นั่นคือสัญญาณที่บอกให้คุณจำเป็นต้องตั้งใจฟ้ง

 การรู้สึกแย่กับชีวิต ไม่ได้หมายความว่าคุณมีปัญหาทางอารมณ์หรือได้รับบาดเจ็บตรงไหน

 มันเป็นสิ่งที่คุณตอบสนองตามกลไกไปตามปกติ ซึ่งมันไม่เป็นปัญหาอะไร

คุณควรจะรู้สึกแย่เสมอ เวลาที่ชีวิตออกนอกเส้นทาง สิ่งที่คุณจำเป็นต้องทำก็แค่-

เข้าใจในสัญญาณที่บอกมาอย่างเหมาะสม แล้วก็ลงมือปฏิบัติในทางที่ถูกต้องตามสถานการณ์นั้นๆ

 

เช่น ถ้าคุณรู้สึกห่อเหี่ยว เครียด หรือเบื่อชีวิต บางทีก็จะมีสัญญาณออกมาว่า "ชีวิตบัดซบ"

มันแปลว่า ชีวิตคุณในสถานการณ์ตอนนี้ ไม่ใช่สิ่งที่คุณต้องการทั้งหมด

คุณไม่ต้องการเก็บประสบการณ์ในสิ่งที่คุณกำลังเผชิญอยู่

 

ปัจจุบัน เมื่อคนได้รับการตอบสนองแบบนี้ คนมากมายกลับคิดว่า

"การตอบสนองทางอารมณ์ของตนเองนั่นแหละที่เป็นปัญหา"

 เขาจึงอาจจะใช้ยา การบำบัดรักษา เพื่อที่จะหยุดอารมณ์ความรู้สึกด้านลบต่างๆ

ซึ่งก็ไม่ต่างกับการโทษรถที่ไม่วิ่งเพราะมันไม่มีน้ำมัน.. ซึ่งตัวรถไม่ได้มีปัญหาอะไรซํกหน่อย

 

เช่นกัน ประสบการณ์ อารมณ์ การตอบสนองทางด้านลบต่างๆของคุณ มันทำงานได้อย่างดี

จงยินดีเมื่อการตอบสนองต่ออารมณ์ที่ไม่ดีเหล่านั้นเกิดขึ้น..

เพราะว่ามันเป็นสัญญาณที่มีค่าอย่างยิ่งนั่นเอง

 

เลือกการตอบสนอง

 

เมื่อคุณได้รับความรู้สึกด้านลบมาแล้ว คุณควรจะจัดการมัน มันคือสัญญาณที่บอกให้คุณยกก้นขึ้น-

แล้วก็ออกไปแก้ปัญหาได้แล้ว หรือไม่ก็ไปเปลี่ยนแปลงในสิ่งที่คุณกำลังทำอยู่

ถ้าคุณติดอยู่กับความรู้สึกด้านลบมานานแล้ว มันหมายความว่า

คุณกำลังล้มเหลวต่อการเอาใจใส่ต่อสัญญาณเหล่านี้ มันถึงเวลาที่คุณต้องทำอะไรซักอย่าง

พยายามอย่าหลีกเลี่ยงความรู้สึกเหล่านี้เหมือนเวลาเราไม่สนใจไฟสัญญาณเตือนที่แผงหน้าปัดรถ

 

ยิ่งช้า คุณก็จะยิ่งเสียหายมากขึ้นเรื่อยๆเท่าันั้น

 

ถ้าคุณรู้สึกไม่ดีกับงานของคุณ... เปลี่ยนงาน

ถ้าคุณรู้สึกไม่ดีกับความสัมพันธ์ของคุณ(กับใคร)... เปลี่ยนมัน

ถ้าคุณรู้สึกไม่ดีกับรูปร่างของคุณ... เปลี่ยนมัน

ถ้าคุณรู้สึกไม่ดีกับการเงินของคุณ... เปลี่ยนมัน

 

 ผมไม่ได้บอกว่า การเปลี่ยนเป็นสิ่งที่ง่าย แต่ว่าคนเรามีพลังที่พร้อมจะเปลี่ยนแปลงบางอย่าง

และมันง่ายกว่าการกลิ้งเกลือกอยู่บนความเวทนาตัวเอง

 

คิดถึงการลงมือจัดการที่ไม่ยากเกินไป

ถ้าคุณติดอยู่กับอารมณ์ด้านลบ มันจะทำให้คุณมองปัญหาว่ายากขึ้นโดยใช่เหตุ

คุณควรเลือกทางที่เหมาะสมที่สุดกับคุณ  มันจะทำให้คุณยกก้นของคุณออกมาได้ง่าย

แล้วก็ก้าวต่อไปได้

 

 คุณอาจจะไม่สามารถซ่อมทุกอย่างได้ภายในคืนเดียว แต่ว่าการได้เคลื่อนไหวก็เป็นสิ่งจำเป็น

และถ้าเราทำมันบ่อยๆ เราก็จะดับอารมณ์ด้านลบทั้งหลายได้

 

หลังจากนั้น คุณจะรู้สึกดีขึ้น แล้วในที่สุด

เมื่อคุณได้เริ่มทำในสิ่งที่คุณต้องการจริงๆ...คุณก็จะรู้สึกมีความสุขอีกครั้ง

 

ทุกอย่างเริ่มต้นที่การเคลื่ิอนไหวไปยังสถานการณ์ที่ทำให้คุณรู้สึกดีกว่า

บางครั้ง สถานการณ์ที่คุณเคลื่อนไหวเหล่านั้น อาจจะทำให้คุณรู้สึกดีมากๆก็ได้

 

 หากตอนนี้ คุณรู้สึกแย่มานาน นั่นเป็นเพราะคุณได้จมปลักอยู่ในที่ๆคุณไม่ต้องการมานาน

ถ้าคุณไม่ต้องการสถานการณ์ที่เป็นอยู่.. คุณต้องหลีกออกมา

คุณรู้ว่าคุณไม่ต้องการมัน.. เพราะฉะนั้น จงอย่ายอมให้่สถานการณ์เหล่านั้นเข้ามาในชีวิตคุณ

 

หยุดหลอกตัวเอง.. คุณไม่ได้ขาดพลังที่จะเปลี่ยนแปลง

บางครั้งคุณอาจจะคิดหาทางที่ยุ่งยากเกินไปกว่าความเป็นจริง ทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยาก

มันค่อนข้างประหลาดใจที่ว่า มีปัญหามากมายที่คุณติดอยู่นับไม่ถ้วน แต่คุณสามารถแก้มันได้

ด้วยการเคลื่อนไหวเพียงนิดเดียว เช่น

 

 คุณไม่ชอบงานของคุณ เดินไปหาหัวหน้า แล้วก็พูดว่า

"ผมไม่ชอบงานนี้.. ผมขอลาออก"

 

 ถ้าคุณไม่ชอบความสัมพันธ์กับใคร เดินไปหาคนๆนั้น แล้วก็พูดว่า

"ความสัมพันธ์ของเรามันไม่เหมาะกับชีวิตผม... เพราะฉะนั้น ผมต้องการจะเลิก

(เป็นเพื่อน,เป็นแฟน ฯลฯ)กับคุณ"

 

ถ้าคุณไม่ชอบรูปร่างของคุณ เดินไปยังห้องครัวแล้วก็โยนทิ้งทุกอย่างที่คุณคิดว่า-

มันสามารถทำให้รูปร่างของคุณแย่หากคุณได้กินมันเข้าไป

แล้วก็ออกไปซื้อของ หาสิ่งอื่นๆมาแทนที่ โดยเลือกในสิ่งที่จะทำให้รูปร่างคุณดีขึ้น

 

 ถ้าคุณไม่ชอบการเงินของคุณ เงินคุณน้อยไป คุณอาจจะเอาเงินเดือนของคุณ บวกไปอีก 50 %

แล้วก็มานั่งคิดว่า จะทำยังไงที่จะหาเงินได้ขนาดนั้น?

เขียนสิ่งที่คุณสามารถทำได้ เพื่อให้ได้เงินเพิ่มตามเป้าที่ตั้งใจ ติดไว้ในที่ๆคุณเห็นชัดเจนทุกวัน

 

หรือถ้าคุณมีงานที่คุณชอบอยู่แล้ว คุณอาจจะเดินเข้าไปหาเจ้านา่ย

เพื่อขอขึ้นเงินเดือนให้ตามที่คุณต้องการ..

แล้วก็ถามเจ้านายว่าจะทำยังไง คุณถึงจะได้รับเงินเดือนตามเป้าที่คุณตั้งไว้

 

ถ้าเจ้านายบอกว่า ยังไงก็ไม่มีทางเป็นไปได้.. คุณก็ควรเตรียมเปลี่ยนงานได้แล้ว

 

 การหลุดออกจากสิ่งที่เราจมปลักอยู่ มันคือการตัดสินใจที่ง่ายๆ แล้วก็ลงมือทำ

พยายามหลีกหนีจากสิ่งที่คุณไม่ต้องการ แล้วพยายามมุ่งไปสู่สิ่งที่คุณต้องการ

ถ้าคุณไม่รู้ว่าคุณต้องการอะไร? อย่างน้อยก็ให้หลีกจากที่ที่คุณไม่ต้องการ

จนกว่าคุณจะคิดออกว่าคุณต้องกา่รอะไร

 

 ไม่ว่าคุณจะรู้สึกแย่แค่ไหนกับชีวิตของคุณ... คุณก็ยังไม่หมดหวัง

คุณอาจจะได้รับการสนับสนุนซํกอย่าง ในสถานการณ์ของคุณตอนนี้ก็ได้

 

 แม้ว่าบางครั้ง คุณจะโทษใครซักคน หรือโทษอะไรซํกอย่าง

แต่คุณก็อาจจะมีพลังพอที่จะป้องกันมัน ถ้าคุณพยายาม

 

ยังไงก็แล้วแต่.. สิ่งที่ผ่านไปแล้วก็ผ่านไป

ดังนั้น ไม่มีความจำเป็นที่คุณต้องหยิบยกความผิดพลาดในอดีตมาแบกไว้บนบ่าอีก

 เพียงแค่รู้จักยอมรับความผิดพลาดนั้น แล้วก็ตั้งสติ รอบคอบ

ระวังอย่าให้มันเกิดขึ้นอีก.... แล้วก็ก้าวต่อไป

 

คุณอาจจะใช้พลังของคุณ ในการโกหกว่าคุณไม่มีความสามารถในการตัดสินใจ

ถ้าชีวิตคุณบัดซบ แล้วความรู้สึกของคุณยังลากคุณจมลงไปทุกวันๆ ว่าชีวิตคุณมันบัดซบ

คุณควรหยุดคิดแบบนั้นได้แล้ว เพราะมันไม่ได้ส่งผลดีอะไรเลย

 มันถึงเวลาที่คุณควรตัดสินใจทำในสิ่งใหม่ แล้วก็ลงมือปฏิบัติทัันที

 

ถ้าคุณไม่รู้จะเลือกทางไหนในสถานการณ์ตอนนี้...

อย่างน้อยก็แค่ทำสิ่งที่ต่างไปจากเดิมในสิ่งที่คุณทำอยู่

คุณรู้อยู่แล้วว่าการตัดสินใจที่ผ่านมามันไม่ได้เรื่องและใช้ไม่ได้..

ดังนั้น มันไม่มีทางจะเป็นทางที่ถูกได้เลย.. อย่าฝืนทำมันต่อ

 

การตัดสินใจทำสิ่งใหม่ๆ อาจจะดีกว่าเดิม หรืออาจจะไม่ก็ได้

แต่ไม่ว่ายังไง มันก็ย่อมได้รับการตอบสนอง แล้วคุณก็ค่อยๆปรับมันไปตามทางของคุณก็ได้

เพราะยังไงมันก็ดีกว่าการจมปลักทั้งๆที่รู้ว่ามันจะนำไปสู่ทางตัน

 

เลือกแต่ความสุข

 

อย่าตั้งชีวิตของคุณ ไว้ในที่ๆคุณไม่ต้องการ... คุณต้องรู้จักเปลี่ยนแปลงมัน 

ถ้าจำเป็น บางทีคุณอาจต้องทำสิ่งรุนแรงที่ไม่เคยทำบ้าง

เช่น อาจจะไล่ทุกคนที่ทำให้คุณรู้สึกแย่เกี่ยวกับตัวคุณเองออกไป...

หนีจากทุกอย่างที่ทำให้คุณรู้สึกไม่มีึความสุข...  เริ่มต้นชีวิตของคุณใหม่หมด

ถ้าคนอื่นรู้สึกไม่ดี... ช่างเขา... เดี๋ยวเขาก็จะรับมือกับมันได้เอง

 

คุณอยู่ที่นี่ เพื่อสร้างสรรค์ชีวิตที่คุณเองต้องการ ไม่ใช่การทนต่อการใช้ชีวิตที่คุณไม่ต้องการ

พลังในการตัดสินใจและลงมือทำ นั่นคือสิ่งจำเป็นที่คุณเอาไว้จัดการกับสถานการณ์แย่ๆ

หมั่นใช้พลังเหล่านั้นบ่อยๆอย่างมีสติ

 

 ถ้าคุณยังไม่รู้ว่าคุณต้องทำอะไร.. คุณลองถามตัวเ้องสิว่า

"คนที่มีความสุข เขาจะทำอย่างไรในสถานการณ์ตรงนี้?"

ถ้าคุณคิดอย่างคนมีความสุขคิด คุณก็เริ่มที่จะเคลื่อนไปยังชีวิตที่เต็มไปด้วยความสุขเอง

 

ถ้าคุณรู้สึกแย่มากๆ.. คุณสามารถแบ่งปันปัญหา ความรู้สึกให้คนอื่นฟังได้

แล้วลองถามว่า ถ้าเป็นเขา เขาจะทำยังไงให้มันดีขึ้น?

หลายคนได้ลงมือทำสิ่งเหล่านี้ไปแล้ว และมันก็มักจะได้รับการตอบรับที่ดีเสมอ

 

อย่ายอมแพ้

 

ผมไม่ใช่คนแปลกหน้าในเรื่องชีวิตบัดซบ... ผมเคยนอนตื่นบ่าย

เล่นเกมเป็นชั่วโมงๆ.. บางครั้งก็นั่งกินเหล้ากับเพื่อน เล่นไพ่จนดึกดื่น

เดินเล่นไปเรื่อยๆ จมอยู่กับความคิดที่ว่า ชีวิตของผมมันบัดซบ... รู้สึกกดดัน เครียด 

และมันก็วนเวียนอยู่อย่างนั้น เป็นเดือนๆที่ผมใช้ชีวิตเหมือนเดิม ซ้ำไปซ้ำมาแบบนั้น

แล้วชีวิตก็จมปลัก... ความรู้สึกของผมมันบอกผมว่า "บ้าจริง!! นี่มันบัดซบจริงๆ!!"

ช่วงระยะเวลานั้นของชีวิต เหมือนกับรูโหว่ขนาดใหญ่

 

ในที่สุด ผมก็รู้สึกว่าพอกันที ผมถึงจุดที่ผมทนไม่ไหวอีกต่อไป

ผมตัดสินใจเปลี่ยนแปลงมัน.. ในที่สุดผมก็เข้าใจแล้วว่า ผมเป็นคนบงการชีวิตตัวเอง

ผมมีพลังที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง

ถึงกระนั้น ผมก็ยังใช้เวลาเป็นปี กว่าผมจะมายืนอยู่ในจุดที่ผมต้องการ

การเปลี่ยนแปลงคนอื่นให้เข้าใจเราก็ไม่ใช่เรื่องง่าย...

แต่มันก็ดีกว่าการจมปลักอยู่กับการเวทนาตนเอง

และผมก็เริ่มรู้สึกดีขึ้นทันที เมื่อผมได้เคลื่อนไหวไปยังเส้นทางใหม่ของชีวิต

 

ผมหยุดไปเที่ยวกับเพื่อนที่ไม่ชอบ หยุดดื่มเหล้า หยุดการพนัน

แล้วเคลื่อนไปยังที่ใหม่.. เริ่มวิ่ง... เริ่มกลับมาติดต่อกับเพื่อนเก่าที่ดีๆ

ผมลงมือทำสิ่งมากมายให้เปลี่ยนแปลง

แม้บางครั้ง ผมไม่รู้จะทำยังไงกับมันดี... ผมก็แค่ทำให้มันแตกต่างจากเดิม..

มันก็มักจะได้ผลเสมอ

 

ถ้าคุณกำลังเผชิญกับช่วงเวลาที่โหดหินของชีวิตตอนนี้ ผมรู้สึกถึงคุณ

ผมจะบอกใครซักคนที่นั่นว่า ผมก็เคยรู้สึกเหมือนกัน

และเราก็สามารถเปรียบเทียบได้ว่า ชีวิตใครบัดซบกว่ากันได้ทีหลัง

แต่ผมรู้ว่า ความรู้สึกเหล่านั้นมันไม่มีประโยชน์ 

 

ผมรู้ว่า ความรู้สึกที่ตื่นทุกเช้า แล้วมองหาความหวังอะไรซํกอย่างอันพร่ามัว

เพื่อให้มีสิ่งที่สนใจซักอย่าง แล้วก็ทำไปเพียงแค่ให้หมดไปวันๆ

แต่ก็ยังรู้สึกผิดหวังทุกครั้ง กับความเป็นจริงที่เป็นอยู่

 

ผมรู้ เวลาที่เรามองไปยังอนาคต แล้วเรามองไม่เห็นอะไรเลยในอนาคต

ไม่มีแม้ผลลัพธ์อะไรให้เห็นซักอย่าง

แล้วเราก็ดึงความสนใจของตนเอง ไปอยู่ข้างๆกับสิ่งที่เป็นความสุขเพียงผิวเผิน

เช่น ดูหนัง เล่นเกม...มันช่างเป็นระยะเวลาอันยาวนาน

 

ผมยังรู้วิธีการแก้ปัญหา และการทำให้เข้าใจ ตื่น และรู้ว่าต้องทำยังไงกับตนเอง

ผมค้นพบว่า เราเป็นผู้สร้างสรรค์ชีวิตของเราเอง.. ไม่ใช่ครอบครัว ไม่ใช่เจ้านาย ไม่ใช่คู่สมรส

ไม่ใช่รัฐบาล ไม่ใช่สังคม... ไม่มีใครเข้ามาช่วยเหลือคุณได้.. ชีวิตทั้งหมดมันเป็นของคุณ

ถ้าชีวิตคุณมันบัดซบ ทั้งหมดนั้นแสดงให้เห็นว่า คุณต้องเปลี่ยนแปลงมัน

 

 การดำรงอยู่ของความเป็นมนุษย์ของพวกเรา มันมีภูมิคุ้มกันที่ยืดหยุ่น

แม้บางครั้งเราจะอยู่ในสถานการณ์ที่ดูเหมือนว่าจะสิ้นหวัง.. แต่เราก็ยังสามารถขุดตัวเองออกมา

เพื่อไปยังที่ๆดีกว่าได้เสมอ 

 

สิ่งเดียวที่จะทำให้ชีวิตสิ้นหวังจริงๆ ก็คือการที่คุณตัดสินใจที่จะทิ้งความหวัง

 

 ชีวิตของคุณจะได้รับการแก้ไข เมื่อคุณเคลื่อนไหวไปตามความเข้าใจที่ว่า

ชีวิตไม่ใช่สิ่งที่มีไว้เพื่ออดทน หรือมีไว้ปล่อยปละละเลย

มันคือสิ่งที่สั่งสมประสบการณ์ ตามทางที่คุณสร้างสรรค์เอาไว้

คุณคิดแล้วก็ลงมือทำ มันเป็นพลังสำคัญที่สุดในการกำหนดความเป็นจริงในชีวิตของคุณ

เป็นสิ่งที่กำหนดประสบการณ์ที่คุณจะได้รับในแต่ละวัน

 

ถ้าชีวิตคุณบัดซบ.. นั่นเพราะคุณเป็นนักสร้างสรรค์ชีวิตที่บัดซบ...

 

แต่ไม่ว่ายังไง..คุณก็ยังสามารถทำให้มันดีขึ้นได้

 

ในชีวิตนี้ คุณเป็นทั้งนักสร้างสรรค์ สถาปนิก วิศวกร ศิลปิน.. ใช้สิ่งเหล่านี้อย่างมีสติ

เพื่อสร้างผลงานชิ้นโบว์แดงให้ได้.. เพราะฉะนั้น หมั่นทำให้มันดีขึ้นตามที่คุณต้องการ

 

และไม่แม้แต่ที่จะคิดยอมแพ้โดยเด็ดขาด

 

 

 

 Steve Pavlina นายสุดยอดจริงๆ!!!

ซูฮกซูฮก.. ชาบูชาบู

 

...

ส่วนพวกเราก็..

 

สู้ต่อไป ทาเคชิ!!

 

 

อ้างอิงเว็บ :  http://www.stevepavlina.com/blog/2007/08/life-sucks-then-you-die/

ปล. แปลไม่ตรงบ้างเหมือนกันครับ..มันคนละภาษาน่ะนะ..เลยต้องแปลแล้วปรับให้เข้ากับภาษาเรา

ถ้าแปลตรงๆเกินไปจะอ่านแล้วงงครับ

 

Comment

Comment:

Tweet

ถึง คุณ Clock

Hot! Hot!

ดาวดวงแรกสำหรับบทความดี ๆ บทนี้ครับ

ส่วนดวงที่สองสำหรับความตาแหลมของ คุณ Clock ครับ surprised smile

#24 By Old Mustang on 2010-04-08 22:08

#21

อย่าลืมมาผ่อนด้วยนะครับ open-mounthed smile

#23 By clock on 2010-04-08 21:50

อ้าว ลืมดาว
Hot! Hot! Hot!
สิ่งเดียวที่จะทำให้ชีวิตสิ้นหวังจริงๆ ก็คือ
การที่คุณตัดสินใจที่จะทิ้งความหวัง ..
..

ชอบประโยคข้างบน

ชีวิตเรา ..เราเลือกได้
แม้จะทุกข์จะสุข ผิดหวังสมหวัง ปะปนกันไป
มันคงเป็นเรื่องราวปกตินะ
อะไรๆที่มันหนักมากนักก็วางลงบ้าง พักบ้าง
ชาร์ตแบตแล้ว ลุยต่อ

ชาบูชาบู อะไรหว่า


open-mounthed smile open-mounthed smile open-mounthed smile


คุณๆเมื่อไร บ้านเมืองปกติ ไม่มี ฉฉฉ..
ไปหาหมอไว้บ้างก็ดีนะ
อาการท้องเสีย วนเวียนกับ ท้องผูกมันมิค่อยดีค่ะ

อย่านิ่งนอนใจเด้อ..

สุขภาพนั้นสำคัญนักหนา ดูแลกันไว้ให้ดีค่ะ
ถึงจะยาว แต่คุ้มค่ามากที่ได้อ่าน...big smile Hot! Hot! Hot!

#19 By Rin-Kung on 2010-04-08 20:13

ชีวิตเรา
เรากำหนดเอง

#18 By sansanae on 2010-04-08 19:37

ขอแทรกนิดนะครับ... ผมเคยอ่านเจอเรื่องของเวลาที่ไหนสักแห่ง ที่บอกว่า เวลา บางที นะบางที มันก้อทำให้เราดีขึ้นได้บางทีมันก้อทำให้เราแย่ลงได้เช่นกัน...อยู่ที่เราเองนั่นแหล่ะจะเลือกใช้มันแบบไหนต่างหาก...

#17 By อัฐวุฒิ (58.9.161.62) on 2010-04-08 17:16

โหยชอบบบบบอ่ะ

ชีวิตคิดบวก ต้องแบบนี้สิ Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#16 By chimerateddy on 2010-04-08 16:56

ยาวเหยียดดด...
แต่ก็ชวนคิดนะwink
จะบ่นอยู่ทำไม ก็เปลี่ยนแปลงมันเซ่

Hot! Hot! Hot!

#14 By blueboat on 2010-04-08 15:44

เมพมากครับ ชาบูๆ Hot!

#13 By Akara_gat on 2010-04-08 14:37

ยาวมาก แต่ก็อ่านจนจบนะ..ได้แง่คิดดีทีเดียว..

คิดได้ว่า..จะไม่ยอมแพ้ง่ายๆ..ยอมแพ้ก็ต้องมีหลักการและเหตุผล..

ชีวิตไม่จำเป็นต้องอดทน..จำเจ ซ้ำซากกับความทุกข์..

ลองมองหาอีกด้านหนึ่ง เราอาจหาความสุขเจอ..เน๊อะ..

ชาบูชาบู..บุฟเฟ่ฟ์..อร่อยโฮ่กๆๆ question
ก้าวต่อไป... ชนแก้ว สนุกกับมันดีกว่าครับพี่น้องdouble wink

#11 By Junior on 2010-04-08 13:22

Hot! Hot! Hot! Hot!

สุดยอด ชอบ และต้องสู้กับตัวเองต่อไป

เพื่อไปให้ถึงจุดหมายที่ยังไม่รู้ว่าเป็นยังไง big smile big smile big smile

#10 By Krai W. on 2010-04-08 11:52

งั้นผมก็ทำถูกแล้วสินะที่ผมเปลี่ยนชีวิตตัวเอง
Hot! Hot!

#9 By R!PPER on 2010-04-08 11:13

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

สาดดาวก่อนเลยยยยยยย

ชอบเฟร้ยยยยยยยย เขียนได้ดีๆๆๆๆ

(เหลือแค่ทำมันเท่านั้นสินะ )sad smile

#8 By TangA on 2010-04-08 10:49

โอ้ชิท เหมือนโดนด่าอยู่ทีเดียว
ชีวิตบัดซบ!!!
หลายๆ อย่างเปลี่ยนไปในทางที่ดี

แต่หลายๆ อย่าง ก็เปลี่ยนไปในทางที่แย่

เพราะการควบคุมนี่แหละ

#6 By ฟองจันทร์ on 2010-04-08 09:30

ใช้ชีวิต ต่างกับ มีชีวิต confused smile confused smile

#5 By wesong on 2010-04-08 09:19

surprised smile สาวกเอย จงชาบูและสู้ต่อไป

#4 By ire_u on 2010-04-08 09:09

Hot! Hot! Hot!
Viva la vida!!

#3 By Ruchesmowse on 2010-04-08 09:01

Hot! Hot! Hot!

ต้องอย่ายอมแพ้สิเนอะ

สู้โว้ยยยยยยยยยย question

#2 By sun_square on 2010-04-08 08:04

ก้าวต่ิอไป !!!!

Hot! Hot! Hot! Hot!

#1 By .. * Ar๋tist ♥ on 2010-04-08 04:00