อัตตา

posted on 08 May 2010 17:21 by clockrun

 

 เอนทรี่นี้ทั้งหมด เป็นความเห็นส่วนตัวครับ

 

อัตตา ไม่ใช่การจับพ่อของแม่ มาซ้อมแต่อย่างใด

 

อัตตา เป็นศัพท์ภาษาบาลี แปลว่า ตัวตน, ร่างกาย, รูปลักษณะ, ตัวเอง

 

เพราะมนุษย์เรา มีอัตตา.. มีตัวตน.. มีความเป็นตัวของตนเอง

มันจึงทำให้มนุษย์ปฏิิสัมพันธ์กัน.. รักกัน เกลียดกัน บางครั้งก็ทะเลาะกัน

 

ที่ทะเลาะไป เพราะเราเผลอลืมไปว่า..

 

"ไม้บรรทัดมันก็มีของใครของมัน ใช้ของใครของมัน

อย่าเอาไม้บรรทัดของเราไปวัดคนอื่น

เพราะเราก็คงไม่ชอบที่คนอื่น เอาไม้บรรทัดของเขามาวัดเราเหมือนกัน"

 

ตัวผมเอง.. ยอมรับว่าเมื่อก่อนก็เป็นคนร้อน ดุร้ายพอตัว

เอนทรี่ที่หยาบคาย ด่าชาวบ้านก็มีพอสมควร.. กว่าจะรู้ว่า.. อัตตาของเรามันแรงไป

ผมก็เสียเพื่อนใน Exteen ไปจำนวนหนึ่ง


ในที่สุด ผมก็ได้สติว่า.. ตัวผมเองไม่ใช่พระเจ้า.. ไม่ได้วิเศษวิโสมาจากไหน

เป็นมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่ง.. เป็นบล็อกเกอร์ธรรมดาๆคนหนึ่ง นั่งหน้าแป้นเหมือนคนอื่นๆ

ใช้ชีวิต มีทุกข์มีสุข มีช่วงชีวิตสั้นๆเหมือนคนอื่นๆ... เรามีสิทธิ์อะไร ไปตัดสินผู้อื่นกันเล่า?

 

ผมจึงหยุดด่า.. หยุดว่าคนอื่น..  พยายามเขียนเรื่องที่สร้างสรรค์มากกว่าเรื่องที่ทำลาย

เขียนเรื่องสร้างเสียงหัวเราะ เรื่องสนุกสนาน หรือเรื่องที่้เป็นประโยชน์

มากกว่าเรื่องที่ไปทำร้ายทำลายผู้อื่น

 

โอเิค มีบ้างที่ระบายอารมณ์.. หรืออ่านแล้วเสียดสีสังคมพอเจ็บๆคันๆ

แต่ก็พยายามจะเขียนให้น้อยลงครับ

 

ส่วนในชีวิตประจำวัน เรื่องการพูด ตัวผมเองก็พูดน้อยลงมาก.. บางวันผมก็ไม่พูดเลย

(แต่แหกปากร้องเพลงกับ MP3 ทุกวัน )

นั่นเพราะเรียนรู้มาจากเพื่อนที่เขาไปอยู่วัด.. เขาบอกว่า ตอนอยู่วัดนี่ เขาให้ปิดวาจาเอาไว้

แล้วมันจะช่วยลด ไม่ให้เราสร้างกรรมใหม่ๆได้

 

ก็แน่นอนสิ.. ไม่พูดอะไรเลย วาจามันจะไปกระทบใครได้ไงเล่า?

 

 "คำพูดก็เหมือนเงินทอง ใช้สอยอย่างประหยัด"

 

 ผมเริ่มพูดเมื่อจำเป็นต้องพูด.. พูดเพื่อสร้างสรรค์ ติชม ไม่ใช่เพื่อทำร้ายทำลายผู้อื่น

 

 "Wise men speak because they have something to say

;Fools, because they have to say something."

 ("คนฉลาด - พูด เพราะเขามีบางอย่างจะพูด

คนโง่ - พูด เพราะเขาต้องพูดอะไรซักอย่าง")

Plato

 

 

"เราใช้เวลาไม่กี่วินาทีที่จะพูด แต่สำหรับคนฟัง... 

บางทีเขาต้องใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อที่จะลืม"

 

บางครั้งก็มีบ้างที่ผมลืมตัว...ไม่นานมานี้

ผมเผลอพูดไปกระทบคนๆหนึ่ง ทำให้เขาไม่พอใจ อารมณ์เสีย

โมโห โกรธใส่ผม.. ผมก็คิดตาม แล้วก็รู้ว่าผมพูดในสิ่งที่ไม่ึควรพูดออกไป

ผมก็เงียบซะ.. แล้วก็ปล่อยให้เขาพูดไป.. ก็ปล่อยไป ปล่อยไป..

สุดท้ายพอเขาพอใจเขาก็จะหยุดเอง

 

ที่เขาไม่พอใจ เพราะผมคิดไม่เหมือนเขา แล้วผมไปพูดให้เขาได้ยินนั่นเอง

อัตตาของเขาเลยทำให้เขาไม่พอใจ เขาก็เลยโมโห เขาเลยพยายามจะเปลี่ยนความคิดของผม

แต่ถามว่าความคิดของเขา และความคิดของผมเปลี่ยนไปไหม?

 

ไม่นะ... ผมก็คิดเหมือนเดิม..เขาก็คิดเหมือนเดิม

แต่ก็รู้แล้วว่า เรื่องนี้เราไม่ควรหยิบมาพูด ทัศนคติเราไม่เหมือนกัน เหตุผลเราไม่เหมือนกัน

พูดไปเดี๋ยวจะทะเลาะกันเปล่าๆ

 

ตั้งแต่นั้นมา ผมก็พูดน้อยลงอีก...

แต่มันทำให้สมองเราได้ทำงานมากขึ้น.. คิดมากขึ้น พูดน้อยลง

 

 บางทีการที่เราเงียบในวงสนทนา มันก็ทำให้เราได้เรียนรู้อะไรหลายๆอย่างนะ

เราได้รู้ว่าคนที่พูดเป็นคนยังไง ได้รู้ว่าเขาคิดยังไงมากขึ้น

 

ในขณะเดียวกัน เวลาเราไม่พูด เขาก็ไม่รู้ว่าเราคิดอะไรอยู่เช่นกัน

ในบางเรื่อง เราจึงควรจะพูด เพื่อให้เข้าใจตรงกัน..

 

ส่วนเรื่องอื่นที่ไม่จำเป็นก็ไม่ต้องพูดดีกว่า

 

เวลาเขียนอะไร มันก็เป็นกรรมเหมือนกัน.. คือ ได้กระืทำลงไปแล้ว

เมือเขียนไปแล้ว ย่อมจะมีผลกระทบตามมาแน่นอน... ไม่ว่าจะดีหรือร้าย

มันก็คือผลของกรรมที่บล็อกเกอร์ทุกคนต้องได้รับอยู่แล้ว

 

บางทีผมก็งงนะ... คือ บางคนทำกรรมไปแล้ว...แต่พอผลกรรมกลับมาไม่ดี

ดัีนรับไม่ได้ซะงั้น... ก็ถ้ารับผลกรรมที่มันไม่ดีไม่ได้ ก็อย่าทำกรรมแต่แรกสิครับ

 

ผมคิดว่า คนเราทำอะไรลงไป ต้องรับผิดชอบ...

ต้องยอมรับผลที่ได้จากกระทำลงไปแล้วทุกอย่างครับ

ไม่ว่ามันจะดีหรือร้ายก็ตาม...

 

แม้ว่าเราจะอยากได้แต่สิ่งที่ดี..

แต่เราก็ไม่สามารถบังคับผลของมันได้หรอกครับ

 

ขนาดบางคนเขียนดี๊้ดี ยังโดนคนด่าได้เล้ย..

 

การอ่านก็เช่นกัน ถ้าไม่ชอบแนวไหน ก็อย่าอ่านแนวนั้นสิครับ

ถ้าไม่ชอบที่เขาเขียน ก็ไม่ต้องเมนต์ว่าเขาก็ได้.. เงียบๆ ปล่อยมันผ่านไป ก็ไม่ดราม่าแล้ว

 

ถ้าไม่ชอบ Auto Play.. ก็อย่าเปิดบล็อกที่เขามี Auto Play สิึครับ

 

จริงๆผมก็ไม่ชอบ Auto play นะ.. เคยเขียนเรื่องนี้ไปเหมือนกันเมื่อชาติที่แล้ว

แต่ทุกวันนี้ผมแก้ที่ตัวผมเอง ผมแก้โดยการใช้ Add-on No Script ใน FireFox

 

คือ ถ้าตูไม่อนุญาตให้โปรแกรมมันเล่น มันก็จะไม่เล่น.. เอิ๊กๆๆ