เริ่ม ณ บัดเดี๋ยวนี้!!

posted on 05 Oct 2010 04:00 by clockrun
 
เหตุการณ์นี้ เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในยุคปัจจุบัน
 
นักศึกษาชั้นปีสุดท้าย คณะครุศาสตร์ ได้เข้าไปฝึกสอนวิชาภาษาไทยให้กับเด็กอนุบาล
 
 
 
และนี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น
 
 
 
เด็กอนุบาล : "คุณครูคะ"
 
ว่าที่ครูในอนาคต : "ว่าไงคะนักเรียน?"
 
เด็กอนุบาล : "สระเดี่ยวคืออะไรคะ?"
 
ว่าที่ครูในอนาคต : "....."
 
เด็กอนุบาล : "....."
 
ว่าที่ครูในอนาคต : "สระเดี่ยว ก็คือสระที่ไม่ใช่สระคู่ไงคะ" (ตึ่งโป๊ะ!!Foot in mouth)
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ฉิบหายแล้วไง....
 
 
 
สิ้นหวังแล้ว....
 
 
 
 
ไม่ต้องห่วงเรื่องภาษาวิบัติอหิวาตกโรคอะไรกันแล้วครับ
 
อนาคตมันเห็นกันอยู่โต้งๆ Foot in mouth
 
 
 
ภาษาวิบัติมันเป็นแค่เรื่องจิ๊บๆฉึกๆ
 
เพราะมันกำลังจะเข้าสู่ยุค...
 
 
 
 
ภาษาพินาศ!! 
 
 
 
พินาศ หมายถึง เสียหายวอดวายอย่างแสนสาหัส
 
 
 
ขนาดผมเองที่เติบโตมากับมานี มานะ วีระ ชูใจ แตงไทย แตงกวา
 
ขนุน น้อยหน่า พุทรา มังคุด ละมุด ลำไย มะเฟือง มะไฟ มะกรูด มะนาว มะพร้าว
 
ส้มโอ ฟักแฟง แตงโม ไชโยโห่ฮิ้ว!!~ (ยังจะฮาอยู่ Foot in mouth...จริงๆเอาไป Rap ก็สนุกดีนะ Cry)
 
 
 
คือ พื้นฐานภาษาไทยก็ค่อนข้างแน่นนะ อักษรสูง
 
"ฃวดเขียดเฉียดฐาน ถูกผีฝรั่งศีรษะสูญหาย"
 
(ครูสอนผมมาแบบนี้น่ะครับ ตอนนั้นกลัวผีฝรั่งกว่าผีไทย เพราะผีฝรั่งทำศีรษะสูญหายได้ Foot in mouth)
 
อักษรกลาง "ไก่จิกเด็กตาย เด็กตายบนปากโอ่ง" นั่นก็จำขึ้นใจ Cool

 
ถ้าในชีวิต มีบุญได้เห็นเด็กซักคนโดนไก่จิกตายบนปากโอ่ง ก็คงนึกถึงอักษรกลางก่อนเลย
 
ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว ต่อให้ไก่มันโรคจิตขนาดไหน ก็ไม่น่าจะจิกเด็กตายได้
 
หรือถ้ามันมีจริงๆ มันก็คงเป็นโคตรไก่ปีศาจ ตัวเท่าควา่ย ติดเชื้อซอมบี้ จิกทีนึงคงเหมือนโดน-
 
มีดโบวี่ทิ่มทะลุไปถึงเครื่องในและก็ควักออกมากองข้างนอกร่างอะไรทำนองนั้น...
 
 
 
อ้าว.. เฮ้ย!! ไหลไปไหนอีกแล้ว?? กลับมาเรื่องภาษาวิบัติกันต่อ
 
(คิดไปคิดมา บล็อกตูนี่แหละที่กำลังวิบัติ เขียนออกทะเลตลอด Foot in mouth)
 
 
ขนาดผมเองที่ว่าภาษาไทยค่อนข้างแน่นแล้วนะ ยังยอมรับว่าตัวเองสะกดผิดบ้างเหมือนกันครับ
 
หลังๆมานี่ถ้าคำไหนไม่แน่ใจ ก็ต้องตรวจสอบก่อนทุกครั้ง
 
 
 
ผมคิดว่ามันเป็นความรับผิดชอบของคนไทยทุกคนนะ ที่ต้องใช้ภาษาไทยให้ถูกต้อง
 
บรรพบุรุษท่านอุตส่าห์เสียเลือดเสียเนื้อปกป้องแผ่นดิน
 
รักษาภาษาที่แสนจะงดงามมาให้เราได้ใช้ ได้ศึกษา บันทึกความรู้ต่างๆ
 
ถ่ายทอดให้จากรุ่นสู่รุ่นมาแต่ไหนแต่ไรนับร้อยๆปี
 
 
 
อยู่ดีๆมันมาพังเละเทะในยุคนี้ซะงั้น Foot in mouth
 
 
 
หากจะเล่าเป็นนิทาน เนื้อเรื่องมันก็คงประมาณว่า...

 
มีใครสักคน ที่สร้างสรรค์งานชิ้นโบว์แดงขึ้นมาซักชิ้น
 
แล้วทุกคนก็ใช้ประโยชน์จากผลงานชิ้นโบว์แดงชิ้นนั้น
 
ทุกคนรัก หวงแหน แล้วก็ช่วยกันรักษา เสียเลือดเสียเนื้อปกป้อง ตายจากไปไม่รู้ตั้งเท่าไหร่
 
พวกเขาส่งต่อผลงานชิ้นนั้น จากรุ่นสู่รุ่นนับร้อยๆปี ผลงานชิ้นโบว์แดงถูกแต่งเติม
 
เปลี่ยนไปบ้างตามยุคสมัย
 
 
 
แต่พอมาถึงยุคนี้ เด็กยุคใหม่ส่วนหนึ่งศึกษางานชิ้นโบว์แดงชิ้นนี้เพียงแค่ผิวเผิน เอาไปใช้ตามใจฉัน
 
พอมีคนที่รู้สึกว่าเด็กๆเอาผลงานชิ้นนี้ไปใช้ไม่ถูกต้องนะ ออกมาติติงตักเตือน
 
เด็กเหล่านั้นก็ไม่สนใจ บอกว่าหัวโบราณ ฉันจะใช้ของฉันอย่างนี้ ใครจะทำไม?Foot in mouth

 
 
และแล้ว ผลงานชิ้นโบว์แดงที่ถูกส่งต่อกันมานับร้อยๆปี ก็แทบไม่เหลือเค้าเดิมอีกต่อไป
 
มันไม่ใช่การพัฒนา ไม่ใช่การวิวัฒนาการ เพราะถ้ามันพัฒนาหรือวิวัฒนาการ มันต้องดีขึ้น
 
แต่มองดูรอบๆตัว ใครคิดว่าภาษาวิบัติเป็นสิ่งที่ดีบ้าง?
 
 
 
ภาษาวิบัติ ไม่ใช่การสร้างศัพท์ใหม่ การสร้างศัพท์ใหม่มันเป็นอีกเรื่องหนึ่งนะครับ
 
ผมเข้าใจว่า ภาษาวิบัติ เป็นการใช้ศัพท์เดิมตามใจฉัน แม้มันจะไม่ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ก็ตาม
 
 
 
"มันพิมพ์ง่ายดี มันสะดวก มันสบาย ฯลฯ"
 
 
 
สาเหตุบางส่วนอาจจะมาจากความอ่อนด้อยของหลักสูตรและครูผู้สอนด้วยครับ Foot in mouth
 
 
 
เมื่อเด็กรุ่นใหม่กว่า ได้มีโอกาสมาเรียนรู้ภาษาไทยจากเด็กไทยอ่อนด้อยทางภาษารุ่นก่อนๆ
 
เขาก็ได้รับข้อมูลที่ผิดเพี้ยนไปอีก ถ่ายทอดความอ่อนด้อยทางภาษาจากรุ่นสู่รุ่น
 
เหมือนกรณีเรื่องเด็กอนุบาลกับครูฝึกสอนที่ผมเล่าในข้างต้นนั่นแหละครับ Foot in mouth
 
 
 
อินเตอร์เน็ตก็มีส่วนทำให้ภาษาไทยวิบัติอยู่ยงและกระจายไปซะทั่วโลก
 
ไม่มีวันไหนที่ผมเปิดเว็บแล้วไม่เจอภาษาไทยวิบัติเลยสักวัน

(แต่อินเตอร์เน็ตก็มีพจนานุกรมออนไลน์เยอะนะ ใช้สะดวกดีด้วย Cool)
 
 
 
ขนาดเว็บบริษัทหลายๆบริษัท หรือเว็บระดับประเทศ ยังเจอโรคระบาด
 
"นะค่ะ","อนุญาติ","สังเกตุ","เกมส์","แหล่ะ","อ่ะ","ง้องแง้ง*" ฯลฯ
 
(- อนุญาติ แปลว่า ญาติตัวเล็กๆ ที่ถูกคือ อนุญาต
- สังเกต ไม่มีสระอุ
- เกม ไม่มี ส์ ยกเว้นกรณีเป็นวิสามานยนาม(คำเฉพาะ) เช่น ซีเกมส์
- อะ,แหละ ไม่มีไม้เอก
- ง่องแง่ง* หากเป็นกริยา แปลว่า ทะเลาะเบาะแว้งกัน, ไม่ปรองดองกัน
 
 * "ง้องแง้ง" (เสียงตรี) ไม่มีในพจนานุกรม แต่ก็ไม่แน่ใจว่าเป็นศัพท์วัย