สัมมาคารวะ

posted on 20 Jan 2011 02:18 by clockrun
 
อันนี้เป็นข้อความที่ผมไปเจอมาครับ
 
"สัมมาคารวะ เป็นคำสอนที่คนโบราณสอนให้คนมีความเคารพซึ่งกันและกัน
เพราะความมีสัมมาคารวะย่อมเป็นการให้เกียรติแก่ผู้อื่น และทำให้ได้รับความนิยมชมชื่น

สัมมาคารวะ เป็นการเตือนให้ดูบุคคล โอกาส เวลา อายุ องค์ประกอบอื่นๆ
ว่าสิ่งใดควรหรือไม่ควร เป็นวิจารณญาณที่พึงหัดและพึงปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ

สัมมาคารวะ เป็นการสอนให้ผู้น้อยพึงแสดงออกต่อผู้ใหญ่ ทั้งทางกาย วาจา ใจ
อันผู้น้อยจะได้รับความนิยมชมชื่นจากผู้หลักผู้ใหญ่ เป็นการนำพาผู้น้อยไปสู่ความเจริญ

สัมมาคารวะ มีผลคือไม่ก่อให้เกิดการวิวาทบาดหมาง ตำหนิติเตียนจากคนรอบด้าน
 ผู้ที่มีสัมมาคารวะย่อมเป็นผู้มีเสน่ห์ในตัว

สัมมาคารวะ เป็นวิชาทูตที่ต้องฝึกหัด โดยมีพื้นฐานจากการสวดมนต์ไหว้พระในศาสนาของตน
ผู้ใดที่ฝึกหัดบุตรธิดาให้ไหว้พระสวดมนต์ โดยยึดธรรมเนียม ทำนอง อย่างมั่นคง
นั่นเป็นการวางรากฐานแห่งสัมมาคารวะให้บุตรธิดา

ถ้าบุตรธิดายึดมั่นแล้ว ไปสู่แห่งหนตำบลใด พบปะกับบุคคลผู้ใด
ย่อมได้รับความรักความเมตตาเสมอ

สัมมาคารวะ เมื่อผู้ใดกระทำเป็นนิจจนติดเป็นอุปนิสัย ไม่มีอะไรที่ปรารถนาแล้วไม่ได้
 
ขอให้เชื่อเถิดว่า...คนไหว้ได้ทั้งหมด คนไม่ไหว้อดทั้งชาติ"
 
ในชีวิตที่ผ่านมา ผมเองเจอทั้งคนที่มีสัมมาคารวะ และไม่มีสัมมาคารวะ
 
แต่สิ่งหนึ่งที่ค่อยข้างชัดเจนก็คือ คนมีสัมมาคารวะ จะมีโอกาสมากกว่า คนไม่มีสัมมาคารวะ
 
 
ตามความเข้าใจของผม สัมมาคารวะ ไม่ใช่แค่การไหว้อย่างเดียว
 
และไม่จำเป็นต้องทำกับผู้ที่แก่กว่าอาวุโสกว่าเสมอไป
 
สัมมาคารวะ สามารถแสดงออกได้ทางมารยาท และการพูดจาทั่วไปด้วย
 
วันนี้ผมได้เจอวัยรุ่นคนนึง ในร้านเล็กๆแห่งหนึ่ง
 
ผมเผลอตีค่าของเขา เป็นคนไม่มีสัมมาคารวะไปเสียแล้ว
 
ผมไม่ได้รู้จักเขา แต่ผมเข้าไปถามเขาบางอย่างที่ผมสงสัยเกี่ยวกับตัวเขา
 

ปกติ ถ้าผมเจอคนแปลกหน้าเข้ามาถาม ผมจะพูดดีๆด้วยเสมอ
 
แต่น้องคนนี้ พูดห้วนๆ และไร้หางเสียง... ไม่มี "ครับ" สักคำ... ไม่มีคำพูดให้ระรื่นหูแต่อย่างใด
 
 
ผมกลับมานั่งที่โต๊ะตัวเอง ในสมองครุ่นคิดว่า
 
เด็กสมัยนี้ไม่ได้รับการอบรมการพูดจาแล้วหรือไร? ไม่มีสัมมาคารวะกันแล้วหรือไร? 
(เด็กมีสัมมาคารวะก็มีอยู่นะ แต่รู้สึกจะเจอได้น้อยลง)
 
ถ้าอนาคต น้องคนนี้ยังพูดจาแบบนี้อยู่ ผมบอกได้เลยว่า อนาคตน้องคงลำบาก เจริญได้ยาก

 
สังคมสมัยนี้ มีแต่การแข่งขัน... ส่วนมาก ต่อให้เราทำงานถนัดด้านไหนก็แล้วแต่
 
ล้วนมีคนที่ถนัดในด้านเดียวกัน ที่มีความสามารถไม่หลุดไปกว่ากันเท่าไหร่
 
 
ถ้ามีประกาศรับสมัครงาน 1 ตำแหน่ง แล้วมีผู้มาสมัครสองคน
(โอกาสน้อยมากนะ.. เดี๋ยวนี้ตำแหน่งดีๆ สมัครกันทีมีเป็นร้อย)

นอกจากผลงานแล้ว สิ่งที่จะวัดว่าได้งานหรือไม่ คือ สัมมาคารวะ นี่แหละ
 
ดีไม่ดี ผลงานดีกว่าคู่แข่ง แต่ดันไม่มีสัมมาคารวะ ก็อาจจะเสียโอกาสให้กับคู่แข่งไปเสีย
 
เพราะบริษัทไม่ได้ต้องการแค่คนทำงานเก่ง แต่ต้องการคนที่ร่วมสังคมเป็นด้วย

 
ความเก่ง มันสอนมันฝึกกันได้ แต่ัสัมมาคารวะ มารยาท กิริยาอันดีงาม มันสอนมันฝึกกันยาก
 
การเป็นคนดียิ่งสอนกันไม่ได้เข้าไปใหญ่.... เพราะสิ่งเหล่านี้ต้องถูกปลูกฝังตั้งแต่เยาว์วัย
 
เป็นสิ่งที่ต้องฝังอยู่ในกระดูก ในกมลสันดาน ไม่ใช่สิ่งฉาบฉวยที่จะสอนปุ๊บเป็นปั๊บได้ในวันสองวัน
 
 
บางทีอะไรดีหรือไม่ดี เรารู้อยู่แก่ใจ... แต่ทำไม่ทำเป็นอีกเรื่อง
 
ไอ่ทำไม่ทำนี่แหละ ที่วัดว่าคนๆนั้นประเสริฐ สมกับเป็นมนุษย์ที่เราว่าเป็นสัตว์ประเสริฐหรือไม่
 
...
 
นอกจากคนไม่มีสัมมาคารวะ จะเสียโอกาสด้านการงานแล้ว ยังอาจจะเสียโอกาสดีๆอื่นๆอีกมาก
 
เช่น เสียโอกาสที่จะได้รับการแนะนำสั่งสอนจากคนมีความสามารถ ซึ่งบางทีความรู้เหล่านั้น
 
ไม่สามารถตีค่าเป็นมูลค่าได้ เป็นต้น
 
 
พิมพ์แล้วก็พาลให้ผมนึกถึงน้องคนนึง
 
น้องคนนั้นเป็นคนดีนะ แต่ไม่มีสัมมาคารวะเสียเลย
 
มือแข็ง ไม่ไหว้ไม่ว่า แต่น้องเขาพูด "วะ" มากกว่า "ครับ"
 
ไม่เรียกคนที่อายุมากกว่าว่า "พี่" แต่จะเรียกชื่อเล่นแทน
 
 
ผมไม่ได้ว่าอะไร แต่คิดว่า..

 
ถ้ามีคนขอให้ผมหาคนมาทำงานตำแหน่งอะไรสักอย่าง
 
ต่อให้เป็นงานที่น้องคนนี้อยากทำ หรือน้องคนนี้ถนัด ผมก็จะไม่แนะนำน้องคนนี้ให้ใคร
 
เพราะผมคงอายที่จะแนะนำคนไม่มีสัมมาคารวะให้กับคนอื่นรู้จัก
 
สังคมไทย ไม่เหมือนสังคมฝรั่ง... เรามีวัฒนธรรมที่ละเอียดอ่อน
 
หรือบางทีฝรั่งอาจจะมองว่าเราเรื่องมาก
 
 
แต่ผมมองว่า สัมมาคารวะ มันเป็นระบบที่เข้าใจได้ง่าย และวัดถึงสิ่งต่างๆได้ดี
 
เราสามารถอ่านคนๆหนึ่งได้พอสมควร จากแค่เรื่องสัมมาคารวะนี่แหละ

 
"วาจาส่อภาษา กิริยาส่อสกุล"
 
 
ประโยคนี้อาจจะเก่า แต่ก็ยังใช้ได้อีกนานแสนนานครับ Cool
ป.ล. วันนี้พิมพ์เป็นสาระซะงั้น Foot in mouth
 

Comment

Comment:

Tweet

big smile

#14 By (124.122.32.11|124.122.32.11) on 2015-07-26 11:25

คะเรื่องที่ว่าตรงใจมากคะได้เข้ามาอ่านแล้วลึกซึ้งถึงความเป็นสุภาพสตรีมากเลยคะ (กำลังคิดถึงความเป็นสุภาพบุรุษ-สุภาพสตรีของตัวเองอยู่คะ)หนูก็อายุไม่เท่าไรหรอกคะ แต่ว่าเมื่อก่อนหนูเจอผู้ใหญ่ก็ยกมือไหว้นะคะ แต่สมัยนี้หนูจะยกมือไหว้ที นี้มันอายๆเขินๆ แถมผู้ใหญ่บางคนกับไม่สนใจด้วย เลยทำให้หนูไม่มีความมันใจที่จะเคารพผู้ใหญ่เลยคะ(ระบายให้ฟังเพื่อความสบายใจคะ) sad smile

#13 By โอเลี้ยง women (180.183.164.155) on 2012-03-17 10:52

Hot! Hot!

ชอบจริงจังค่ะ หลายครั้งที่เจอเด็กสมัยใหม่เป็นแบบที่คุณ clock เจอมาangry smile tongue

บางครั้งก็อดสงสัยไม่ได้ว่า เค้าไม่รู้สึกอะไรบ้างเหรอเวลาพูดจาไม่มีหางเสียงกับผู้ใหญ่เนี่ยtongue

#12 By fiothiel on 2011-01-24 16:50

Hot!

ก่อนอื่น

คิดถุงคุณ clock จังเรยยยยยยยค๊าาาา หิหิหิหิหิหิ
ตอนนี้พาลูกสาวมาด้วยอีกหนึ่งนางค่ะ


ส่วนเรื่องสัมมาคารวะ เห็นด้วยค่ะ ตอนสอนเด็ก เด็กๆก็แบบว่า เรียกเราเหมือนเป็นรุ่นพี่ คุยเฮฮา ไม่มีสัมมาคารวะเท่าไหร่ แต่ด้วยอายุที่ห่างกันไม่มาก เลยไม่ว่ากันค่ะ

ตอนนี้โจ้มาเป็นนัก กม เต็มตัวแล้วค่ะ เลยตัดปัญหาเด็กๆไป
กลายเป็นเราที่เด็กกว่าคนที่เราติดต่อด้วยแทน

แต่หลานๆ น้องๆของโจ้ ก็พูดจากันไม่ได้ดีกันมากมายเหมือนกันค่ะ

#11 By cryingsmile on 2011-01-24 13:41

Hot!
สัมมาคาระวะ กับ กาละเทศะ เนี่ยอยากเห็นเด็กสมัยนี้มีเยอะๆจังเลยค่ะ


ได้รับการ์ดของคนหน้าตาดีแล้วนะคะ กลอนอ่านแล้วยิ้มเลยล่ะ

ขอบคุณมากค่ะbig smile big smile

#10 By Pat on 2011-01-22 08:10

นานๆ มีสาระซะทีก็ดีเหมือนกันค่ะ (ไม่ได้ว่าที่ผ่านมาไร้สาระนะคะ question )

เรื่องนี้สำคัญมากในสังคมไทย เขียนได้โดนใจมากค่ะ big smile Hot! Hot! Hot!
ถูกใจเลยค่ะ♥Hot!

#8 By HineyHelsinki on 2011-01-21 00:49

สัมมาคารวะคือรูปแบบการใช้ชีวิตเลยล่ะครับ
(ส่วนจะเป็นคนดีหรือไม่ดีนั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง)

#7 By chubby on 2011-01-20 21:02

ในเน็ทเองก็เหมือนกันนะคะ เราไม่เห็นหน้า ไม่รู้อายุกัน อะไรทำให้บางคนคิดว่าเราจะสามารถกันเองกับเค้าได้ตั้งแต่ในครั้งแรกที่คุยกันได้อย่างนั้นก็ไม่รู้ @_@; จริงๆในเน็ทควรมีสัมมาคารวะกันเป็นพิเศษ เพราะโลกเสมือนมันเปราะบาง...

#6 By Hayashi Kisara on 2011-01-20 17:39

นอกจากสัมมาคารวะแล้วยังต้องมี ความเกรงใจ ความเคารพ และความรู้จักกาละเทศะด้วยนะคะ (ซึ่งเด็กสมัยนี้"บางส่วน"ไม่มีซักกะอย่าง confused smile confused smile )

#5 By freyachan on 2011-01-20 11:53

จริง...การมีสัมมาคารวะ ยังแสดงถึงการรู้กาละเทศะ และจิตใจที่ไม่กระด้าง

#4 By wesong on 2011-01-20 10:02

นอกจากเด็กๆจะขาดสัมมาคารวะ ผู้ใหญ่หลายคนยังขาดมารยาทด้วยครับ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะทำให้สังคมแข็งกระด้างมากขึ้น

เสน่ห์ของความเป็นไทยคืออัธยาศัยไมตรีและความนุ่มนวลอ่อนหวาน ซึ่งเกิดจากสัมมาคารวะและกริยามารยาทที่เราต้องปฏิบัติอยู่เสมอ ไม่อยากให้มันหายไปเลยนะครับ big smile

Hot! Hot! Hot!

#3 By 40reborn on 2011-01-20 09:49

Hot! ควรถือปฏิบัติอย่างมากในสังคมไทย.."สัมมาคาราวะ"


สมมุติ มีเด็กวัยรุ่นสองคน..เดินมา..อีกคนนึง ยกมือไหว้ ทักทายเรา..สวัสดีคร้า..กับอีกคนนึง ดูเฉยๆ ไม่ไหว้ ไม่ทักทาย แน่นอน เราต้องเอ็นดูเด็กที่มีสัมมาคาราวะก่อนอันดับแรก..

ต่อไป..ค่อยดูเรื่องอื่นๆต่อ..เป็นองค์ประกอบต่อไป..


เดี๋ยวนี้ เด็กไหว้น้อยลง มีสัมมาคารวะน้อยลง ความเกรงใจน้อยลง แถมความฉลาดก็ยังน้อยลงด้วย แย่เนอะsad smile sad smile