ปวดตับสามบาท ภาคสอง

posted on 05 Mar 2012 19:46 by clockrun directory Entertainment, Travel, Diary
 
คราวที่แล้วจัดสามบาทภาคแรก
 
ต่อภาคสองละกันนะครับ
 
บาทที่หนึ่ง
 
 
วันหนึ่ง มีอีป้าท่านหนึ่ง ได้ทำการอาศัยอยู่ในโรงแรมมาแล้วหลายวัน
 
แล้วชีก็ไม่มีทีท่าว่าจะออกซักที... ครั้นพอถึงวันที่ชนกับแขกท่านอื่นที่จองห้องเดียวกัน
 
เราก็เลยมีความจำเป็นต้องย้ายชีไปยังห้องอื่น.. เพื่อให้แขกใหม่เข้าทำการ Check in ห้องนั้นแทน
 
 
"ฉันจะได้ย้ายไปห้องเบอร์อะไร?"
 
 
นั่นคือสิ่งที่อีป้านี่ถามพนักงาน..
 
สำหรับท่านที่คิดว่า บอกเบอร์ห้องไปเฉยๆ แล้วทุกอย่างจะจบ แฮปปี้เอ็นดิ้งลิงลิ่งลาล่า
 
ขอให้เก็บไว้ในใจได้เลย
 
 
เพราะว่าสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปนี้ มัน...เกินจะบรรยาย..

 
อีป้าถามพนักงานท่านหนึ่งต่อไป...

อีป้า : "ห้องนั้นจะ Check out กี่โมง?"
 
 
เรื่องของเรื่องคือ อีป้านี่ อยากจะย้ายกระเป๋าเองครับ แบบว่าชาติก่อนเป็นเมียปู่โสมเฝ้าทรัพย์
 
จริงๆ ห้องนั้นเขาจะ Check out กี่โมง มันก็ไม่ใช่ธุระอะไรของป้าเลยนะครับ
 
การจัดการเรื่องสิ่งของต่างๆเนี่ย ทางโรงแรมสามารถจัดการให้ได้ทั้งหมด
 
ตอนที่ป้าออกไปท่องเที่ยวลัลล้าเนี่ย พนักงานเขาก็ย้ายกระเป๋าให้ป้าไปห้องใหม่ก็ได้
 
ไม่รู้จะหวงอะไรนักหนา?
 
 
"แขกห้องนั้น จะ Check out ประมาณ แปดโมงครับ..เพราะแขกเขามีรถมารับ แปดโมงกว่าๆ"

 
อีพนักงานนี่ก็บ้าจี้ครับ สมมุติว่าพนักงานคนที่ตอบนี่ ชื่ิอ X ละกัน
 
จริงๆที่ถูกต้อง ควรจะบอกว่า ไม่ทราบว่าเขาจะ Check out กี่โมงครับ
 
เพื่อป้องกันปัญหาที่จะตามมา.. แต่ว่า อนิจจา.. ช้าไปเสียแล้ว
 
 
เช้าวันต่อมา ผมมาทำงาน ก็เหมือนถูกหวยครับ
 
ปุ๊บปั๊บรับโชคต่อจากผลงานคุณ X ทันที
 
 
อีป้าแกมากินข้าวตั้งแต่เช้า.. กินข้าวเสร็จแล้ว...
 
ชีก็เอากระเป๋าทั้งหมด ย้ายไปหน้าห้องใหม่(ที่แขกเก่ายังอยู่ในห้อง)
 
แล้วก็นั่งลงบนกระเป๋าของตัวเอง เฝ้าหน้าห้องซะอย่างงั้น...
 
 
 
 
ป้า!!.. ไม่นะป้า..ป้าบ้าไปแล้ว...
แขกเก่าเขายังอยู่ในห้องนะเฟ้ย!!
 
 
 
ไม่เกรงใจพนักงานไม่ว่า แต่เกรงใจเพื่อนร่วมโรงแรมท่านอื่นหน่อยได้ไหม??
 
พนักงานพยายามอัญเชิญท่านป้าออกจากที่ตรงนั้น ท่านป้าก็ไม่สนใจ
 
ยังคงนั่งนิ่งสถิตย์เป็นผีัตายโหงเฝ้าโค้งอยู่อย่างงั้น
 
 
พอแขกเจ้าของห้องเปิดประตูมาเจอก็.. เอ่อ.. นะ
 
คีมูไกมาทันที แขกเขาก็งงสิครับ ใครมานั่งเป็นหลักกิโลอยู่หน้าห้องเขาเนี่ย?
 
 
เท่านั้นไม่พอ อีป้าจัดหนักจัดเต็มครับ... พอแขกเก่าเขาเปิดประตูมาดู
 
สายตาแขกประสานกัน อีป้าแกก็ย้ายกระเป๋าของแกเข้าไปเลย..
 
 
เหยดดดดดด~
 
 
แขกเก่าเขายังไม่ทันได้ยกกระเป๋าออกมาเลย อีป้าแกเอากระเป๋าแกเข้าไปซะละ
 
แล้วมีการยืนไซโคโชว์พาว ให้แขกเก่าเขาออกไปไวๆ แกจะได้ล็อคห้องด้วย
 
 
แสรดดดดดด~
 
 
พอแขกคนนั้นย้ายของออก ป้าแกก็ดึงเอากุญแจห้องจากมือแขกเ้ก่าไปเลย
 
 
ป๊าดดดด~
 
 
พนักงานได้แต่อึ้งกิมกี่ครับ เกิดมาไม่เคยเห็นการยึดห้องแบบเรียลลิตี้ขนาดนี้
 
จริงๆอย่าว่าแต่พนักงานเลยครับ แขกเก่าเขาก็อึ้งพอๆกัน ได้แต่ส่ายหัวไปมา...
 
แบบว่า.. ยูนี่โคตรไม่มีมารยาทเลย
 
 
แล้วถามว่า งานนี้ความผิดตกอยู่ที่ใครครับ?
 
 
....
 
ใช่ครับ... พนักงานครับ
 
แล้วใครเป็นคนบอกแขกเรื่องเบอร์ห้องครับ?... คุณ X นะครับ
 
แล้วตอนนี้คุณ X อยู่ไหมครับ?... คุณ X ไม่อยู่นะครับ
 
เหลือใครเป็นพนักงานครับ?... ตูนะครับ
 
 

ตู้มๆๆ!!!
 
 
ระเบิดลงหัวตูครับ... ตูต้องตายในหน้าที่แทนเพื่อนร่วมงานครับ
 
 
หลังจากแขกเก่าทิ้งระเบิดจนหนำใจแล้ว เขาก็ Check out ไป
 
ทิ้งไว้เพียงคราบเลือดและซากของพนักงานคนหนึ่ง กองไว้ตรงนั้น
 
 
ตอนเย็นมา ก็เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้คุณ X ทราบ
 
คุณ X ทำได้แค่...
 
 
"ฮ่าๆๆๆ...อ๋อเหรอ"
 
 
....
 
อ๋อเหรอ..
 
 
หัวเราะเหรอ...
 
 
....
 
ป้อคิงหยัง..
 
 
บาทที่สอง
 
 
คิดว่า คนเราจะได้รับช่อดอกไม้เมื่อไหร่ครับ?
 
 
ผมคิดว่า เราจะได้รับดอกไม้ เมื่อเวลาที่มีคนมาจีบ
 
,เมื่อมีคนแสดงความยินดี และเมื่อมีคนขอโทษ (อย่างเป็นทางการ)
 
 
อันนี้ไม่นับช่อดอกไม้จันทน์นะ
 
 
ในช่วงที่ผ่านมา มีแขกท่านหนึ่งได้รับดอกไม้แทบทุกวัน..
 
ไม่ใช่ว่ามีใครมาจีบหล่อนนะ... แต่เขาส่งมาขอโทษทุกราย
 
 
เพราะชีโรคจิต!! 
 
 
 
คือ ไม่ว่าจะไปทัวร์ขึ้นเขาลงห้วย ไปสปานวดตัว ขี่ช้าง ล่องแพ แห่หมีแพนด้า
 
ชีแกไม่พอใจซักอย่างครับ..
 
ไปที่ไหนก็ตามแต่ แกก็จะตำหนินู่นนี่นั่น ด่าว่าไม่ดีอย่างงู้นอย่างงี้ทุกบริษัทที่แกไปเที่ยวมา
 
 
เพื่ออะไรรู้ไหมครับ?

 
เพื่อที่จะได้ส่วนลด หรือใช้บริการฟรีน่ะสิ
 
 
ตามธรรมเนียม บริษัทที่มีแขกไปใช้บริการ เมื่อแขกไม่พอใจมากๆ
 
เขาก็จะส่งดอกไม้มาขอโทษ เพื่อเป็นมารยาทนะครับ
 
(แต่ลับหลัง พนักงานบริษัทนั้นๆจะนินทาด่าพ่อล่อแม่ซะเละ เชื่อสิ)
 
 
คือ ประเทศเราเนี่ย การบริการและเรื่องการท่องเที่ยวเนี่ย ติดระดับโลกทุกปีนะเฟ้ย
 
และช่วงหลายๆปีที่ผ่านมา เราก็ติดอันดับหนึ่งของโลกที่นักท่องเที่ยวแนะนำเลยนะ
 
 
โอเค อาจจะไม่ Perfection ทุกอย่าง แต่ว่ามันก็ไม่ได้เละเทะอะไรขนาดนั้น
 
 
...แต่ก็... นะ... คนบางคนนะ...
 
ได้รับดอกไม้ขอโทษทุกๆวัน...แล้วแต่บริษัทนี่ ชั้นนำด้านการท่องเที่ยวทั้งนั้น
 
แล้วชีแกก็ไม่รู้จะเอาดอกไม้ไปไว้ไหน ชีก็เลยให้โรงแรมเอาไปจัดการตามสะดวก
 
 
พวกช่อดอกไม้ขอโทษขอโพยเนี่ย แต่ละช่อก็สวยๆทั้งนั้นอะ
 
ดีไม่ดี จะสวยกว่าช่อดอกไม้จีบสาวซะอีก
 
 
พนักงานก็เลย Reuse ช่วยโลก เอาไปจีบสาวแทน...